Showing posts with label Astrology. Show all posts
Showing posts with label Astrology. Show all posts
Monday, July 26, 2021
Tuesday, January 12, 2016
เส้นสายลายมือและวิธีเขียนบอกอุปนิสัยอะไรบ้าง?
Tweet
ลายมือหรือวิธีการเขียนหนังสือสามารถบอกอุปนิสัยของแต่ละคนและในบางครั้งยังสามารถบอกถึงอาการป่วยของเจ้าของลายมือนั้น ศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับ Handwriting หรือลายมือมีชื่อเฉพาะว่า Graphology ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์นี้บอกว่าสามารถแยกแยะอุปนิสัยจากลายมือได้ถึง 5,000 ลักษณะ
เราสามารถอ่านอุปนิสัยพื้นฐานจาก ลายมือหรือวิธีการเขียนหนังสือ ดังนี้ครับ
ลายมือหรือวิธีการเขียนหนังสือสามารถบอกอุปนิสัยของแต่ละคนและในบางครั้งยังสามารถบอกถึงอาการป่วยของเจ้าของลายมือนั้น ศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับ Handwriting หรือลายมือมีชื่อเฉพาะว่า Graphology ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์นี้บอกว่าสามารถแยกแยะอุปนิสัยจากลายมือได้ถึง 5,000 ลักษณะ
เราสามารถอ่านอุปนิสัยพื้นฐานจาก ลายมือหรือวิธีการเขียนหนังสือ ดังนี้ครับ
Wednesday, September 28, 2011
กินเจให้มีประโยชน์ ตามสีของธาตุ
Tweet
เพื่อให้เข้ากับเทศกาลกินเจ วันนี้ผมขอนำเรื่องเกี่ยวกับอาหารเจมาฝากพวกเราครับ เดี๋ยวนี้การทานเจในช่วงเทศกาลกินเจ ได้รับความนิยมมากขึ้นทุกปี เพราะนอกจากเป็นการทำบุญทำทานโดยการละเว้นทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด ยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและทำให้จิตใจผ่องใสอีกด้วย
ผู้ที่ทานเจต้องหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ทุกชนิด และหันไปบริโภคอาหารประเภทแป้ง ผัก ถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่วเช่น เต้าหู้ ซี่อิ๊ว เต้าเจี้ยว ฯลฯ สำหรับผักสามารถทานได้ทุกชนิด ยกเว้นผัก 5 อย่างซึ่งมีกลิ่นฉุนรุนแรง และชาวจีนต้นตำรับการทานเจเชื่อว่ามีผลกระทบต่อธาตุในร่างกาย ผักทั้ง 5 ชนิดได้แก่ กระเทียม หัวหอม กุยช่าาย หลักเกี๋ยว (กระเทียมโทนจีน) และใบยาสูบ
การทานเจเพื่อสุขภาพเราควรรับประทานผักผลไม้ต่างๆ ให้ครบ 5 สี ตามสีของธาตุทั้ง 5 ได้แก่
สีแดง ได้แก่ผักผลไม้ที่มีสีแดง แดงส้ม แสด ชมพู ได้แก่มะเขือเทศ แครอท พริกแดง มะละกอ แตงโม ฯลฯ ผักในกลุ่มสีแดงถือเป็นสัญลักษณ์ของธาตุไฟ มีผลช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวข้องกับหัวใจและโลหิต ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสขม
สีดำ ได้แก่ผักผลไม้ที่มีสีดำ น้ำเงิน หรือม่วง ได้แก่ถั่วดำ เผือก กะหล่ำม่วง มะเขือม่วง เห็ดหูหนู องุ่น เห็ดหอม ฯลฯ ผักสีดำเป็นสัญลัีกษณ์ของธาตุน้ำ มีประโยชน์ต่อการทำงานของไต ส่วนผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไตควรงดอาหารรสเค็ม
สีเหลือง ได้แก่ผักผลไม้สีเหลือง เหลืองแก่ เหลืองอ่อน เช่น ฟักทอง ถั่วเหลือง มะม่วงสุก ข้าวโพด กล้่วย ทุเรียน ผักในกลุ่มสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของธาตุดิน มีประโยชน์ในการบำรุงม้าม สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับม้ามควรหลีกเลี่ยงอาหารรสหวานจัด
สีเขียว ซึ่งเป็นสีของผักส่วนใหญ่ เช่นคะน้า ผักบุ้ง ฝรั่ง ฯลฯ ถือเป็นสัญลักษณ์ของธาตุไม้ ซึ่งมีประโยชน์ต่อตับ ในขณะที่ผู้มีปัญหาเกี่ยวกับตับควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเปรี้ยว
สีขาว ผักผลไม้ในกลุ่มสีขาวได้แก่ลูกเดือย ถั่วขาว ผักการขาว มะพร้าว น้อยหน่า ฯลฯ ถือเป็นสัญลักษณ์ของธาตุทอง ซึ่งมีประโยชน์ต่อปอด
เพื่อให้ร่างกายของเราได้รับประโยชน์จากอาหารเจ เราควรทานผักผลไม้ให้ครบทั้ง 5 สี นอกจากได้ประโยชน์แล้วยังทำให้การทานเจไม่ใช่เรื่องอาหารรสชาดซ้ำซากจำเจอีกต่อไป
ที่มา: ศูนย์บริโภค CPF จากคอลัมน์ครัวของโลกครัวของคุณ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 29 กันยายน - 2 ตุลาคม 2554
เพื่อให้เข้ากับเทศกาลกินเจ วันนี้ผมขอนำเรื่องเกี่ยวกับอาหารเจมาฝากพวกเราครับ เดี๋ยวนี้การทานเจในช่วงเทศกาลกินเจ ได้รับความนิยมมากขึ้นทุกปี เพราะนอกจากเป็นการทำบุญทำทานโดยการละเว้นทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด ยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและทำให้จิตใจผ่องใสอีกด้วย
ผู้ที่ทานเจต้องหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ทุกชนิด และหันไปบริโภคอาหารประเภทแป้ง ผัก ถั่วและผลิตภัณฑ์จากถั่วเช่น เต้าหู้ ซี่อิ๊ว เต้าเจี้ยว ฯลฯ สำหรับผักสามารถทานได้ทุกชนิด ยกเว้นผัก 5 อย่างซึ่งมีกลิ่นฉุนรุนแรง และชาวจีนต้นตำรับการทานเจเชื่อว่ามีผลกระทบต่อธาตุในร่างกาย ผักทั้ง 5 ชนิดได้แก่ กระเทียม หัวหอม กุยช่าาย หลักเกี๋ยว (กระเทียมโทนจีน) และใบยาสูบ
การทานเจเพื่อสุขภาพเราควรรับประทานผักผลไม้ต่างๆ ให้ครบ 5 สี ตามสีของธาตุทั้ง 5 ได้แก่
สีแดง ได้แก่ผักผลไม้ที่มีสีแดง แดงส้ม แสด ชมพู ได้แก่มะเขือเทศ แครอท พริกแดง มะละกอ แตงโม ฯลฯ ผักในกลุ่มสีแดงถือเป็นสัญลักษณ์ของธาตุไฟ มีผลช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวข้องกับหัวใจและโลหิต ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสขม
สีดำ ได้แก่ผักผลไม้ที่มีสีดำ น้ำเงิน หรือม่วง ได้แก่ถั่วดำ เผือก กะหล่ำม่วง มะเขือม่วง เห็ดหูหนู องุ่น เห็ดหอม ฯลฯ ผักสีดำเป็นสัญลัีกษณ์ของธาตุน้ำ มีประโยชน์ต่อการทำงานของไต ส่วนผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไตควรงดอาหารรสเค็ม
สีเหลือง ได้แก่ผักผลไม้สีเหลือง เหลืองแก่ เหลืองอ่อน เช่น ฟักทอง ถั่วเหลือง มะม่วงสุก ข้าวโพด กล้่วย ทุเรียน ผักในกลุ่มสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของธาตุดิน มีประโยชน์ในการบำรุงม้าม สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับม้ามควรหลีกเลี่ยงอาหารรสหวานจัด
สีเขียว ซึ่งเป็นสีของผักส่วนใหญ่ เช่นคะน้า ผักบุ้ง ฝรั่ง ฯลฯ ถือเป็นสัญลักษณ์ของธาตุไม้ ซึ่งมีประโยชน์ต่อตับ ในขณะที่ผู้มีปัญหาเกี่ยวกับตับควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเปรี้ยว
สีขาว ผักผลไม้ในกลุ่มสีขาวได้แก่ลูกเดือย ถั่วขาว ผักการขาว มะพร้าว น้อยหน่า ฯลฯ ถือเป็นสัญลักษณ์ของธาตุทอง ซึ่งมีประโยชน์ต่อปอด
เพื่อให้ร่างกายของเราได้รับประโยชน์จากอาหารเจ เราควรทานผักผลไม้ให้ครบทั้ง 5 สี นอกจากได้ประโยชน์แล้วยังทำให้การทานเจไม่ใช่เรื่องอาหารรสชาดซ้ำซากจำเจอีกต่อไป
ที่มา: ศูนย์บริโภค CPF จากคอลัมน์ครัวของโลกครัวของคุณ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 29 กันยายน - 2 ตุลาคม 2554
Thursday, January 29, 2009
วิถีแห่งธาตุทั้ง 4 กับการจ้างงาน
Tweet
วันนี้ ขออนุญาตนำบทความจากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ที่จัดทำเป็น Special Issue เป็นเรื่องเกี่ยวกับการนำโหราศาสตร์มาใช้ในงาน HR มาฝากพวกเราครับ ทั้งหมดมี 3 posts คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่เกี่ยวข้องนำไปประยุกต์ใช้งาน รวมถึงผู้ที่สนใจเรื่องโหราศาสตร์ครับ
บทความนี้ได้มาจาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4075
ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
วิถีแห่งธาตุทั้ง 4 กับการจ้างงาน
ใน ช่วงเวลาหนึ่ง ว่าที่นายจ้างคนใหม่อาจโทร.ไปหานายจ้างคนเก่า เพื่อขอให้วิจารณ์ลูกจ้างอย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นวิธีที่นายจ้างคนใหม่จะได้รู้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับนิสัยการ ปฏิบัติงานของลูกจ้าง แต่ทว่าในยุคปัจจุบันวิธีดังกล่าวหมดสมัยไปแล้ว เพราะวันนี้มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลที่กำหนดไว้ชัดเจนว่าสิ่งใดควร พูดไม่ควรพูดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
ว่าที่นายจ้างคนใหม่จึงต้องแสวงหาวิธีการอื่นในการคัดเลือกบุคลากรเข้ามาร่วมนาวาเดียวกันใหม่
ใน หนังสือกลยุทธ์ อ่านใจคน จากพลังธาตุทั้งสี่ ซึ่งเขียนโดย ลอรี่ เบธ โจนส์ กลางปีที่แล้ว ขวัญดวง แซ่เตีย นำมาแปลเป็นภาษาไทย ได้เขียนไว้ตอนหนึ่งอย่างน่าสนใจว่า วันนี้ต้องยอมรับว่าการจัดหาคนที่มีคุณสมบัติไม่ตรงกับงาน จะทำให้เกิดต้นทุนเป็นเงินหลายพันดอลลาร์ ทั้งจากรายได้ที่ต้องสูญเสีย ค่าใช้จ่ายในการคัดเลือกว่าจ้างพนักงานคนใหม่ รวมถึงต้นทุนในการฝึกอบรม
บท ความ แชลลี ดอลล์ ใน Builder. com ได้กล่าวถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า "การใช้แบบทดสอบบุคลิกภาพ จะช่วยลดความเสี่ยง ในการพิจารณาบุคลิกลักษณะของลูกจ้าง และอาจช่วยให้นายจ้างเข้าใจถึงแรงกระตุ้น และพฤติกรรมของลูกจ้างได้ดีขึ้น"
ใน ปัจจุบัน มีซีอีโอหลายท่านใช้เครื่องมือในการประเมินบุคลิกภาพ เพื่อช่วยให้ตัวเองเข้าใจลูกจ้างมากขึ้น และสามารถบริหารงานบุคคลได้ดีขึ้น ทั้งในส่วนของลูกจ้างปัจจุบันและการจ้างงานใหม่
นิตยสารอิงค์ (Inc.) ฉบับเดือนมิถุนายน 2547 ได้พูดถึงธุรกิจลูกกวาด แอลไพน์หนึ่งในผู้ผลิตลูกกวาดรายใหญ่ที่สุดของอเมริกาเหนือ กำลังหันมาประเมินบุคลิกภาพเป็นเครื่องมือสร้างประสิทธิผลในการจัดลำดับก่อน หลังให้แก่ทีม ซึ่งผลที่ตามมาก็คือมี 2 กลุ่มที่ได้ครองสิทธิ์เมื่อสองปีก่อนที่ผ่านมา และกลุ่มหนึ่งได้สิทธิในการทำสัญญากับฮอล์มาร์ก
ซีอีโอ เดวิด เทเคลต อ้างว่า การประเมินทำให้จุดมุ่งหมายทางการบริหารมีความชัดเจนขึ้น และระดับความเชื่อมั่นของเราก็จะเพิ่มขึ้น
การ ทดสอบการจ้างงานทั้งหมด รวมทั้งการทดสอบด้านบุคลิกภาพในช่วงสามปีที่ผ่านมามีการเติบโตเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 15% ต่อปี จนทำให้เกิดการรวมตัวกันขึ้นเป็นสมาคมผู้จัดพิมพ์แบบทดสอบ (The Association of Test Publishers) บริษัทหลายแห่ง นับตั้งแต่เฟดเอ็กซ์ ชิค-ฟิล-เอ ฟีนิกซ์ เมอร์คิวรี บุคลิกภาพ เพื่อเฟ้นหา ผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับทีมงานของ พวกเขา เช่นเดียวกับการเพิ่มผลิตผล ของพนักงานแต่ละคน
ซึ่งแท้จริงแล้ว ทีมงานที่ประกอบไปด้วยบุคคลที่มีลักษณะที่แตกต่างกันมาก อาจก่อให้เกิดปัญหาขัดแย้งได้ง่าย หากความแตกต่างแต่ละบุคคลนั้นไม่เป็นที่เข้าใจ ไม่เคารพในสิทธิ์ หรือไม่รู้จักคุณค่าของกันและกัน
ผู้ที่เล่นหมากรุก ย่อมรู้ดีว่าหมากแต่ละตัวมีเอกลักษณ์ที่สำหรับใช้ในกลยุทธ์ที่ต่างกันไป กะนั้นองค์กรหลายแห่งก็ยังพิจารณาเกมจากตัวเดินเพียงแค่สองตัวคือ ขุน กับเบี้ย เท่านั้น
ชีวิตและงานมีความซับซ้อนและมีจุดสมดุลที่ยากเกิน กว่าจะเข้าใจได้ง่าย ดังนั้นนักยุทธศาสตร์ที่ฉลาดจะต้องรู้ในพลังอำนาจของหมากแต่ละตัวบนกระดาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนกระดานเกมของเขาหรือเธอเอง
ลอรี่ เบธ โจนส์ บอกไว้ว่า รายงานและจำนวนตัวเลข ทำได้เพียงแค่แสดงตัวเด่นชัดบนผิวกระดาษเท่านั้น หากแต่คนกลุ่มหนึ่งที่มาอยู่รวมกัน โดยมีวิถีทางแห่งความสัมพันธ์และความไว้วางใจต่อกันในลักษณะที่ไม่อาจบรรยาย ได้ชัดเจน หรือที่เรียกว่า ทีมเวิร์ก นั้นต่างหากคือผู้ที่สร้างหลายสิ่งหลายอย่างให้เกิดขึ้น
ดังนั้น การได้รู้ว่าสมาชิกแต่ละคนที่หล่อหลอมกันเป็นทีมขึ้นมานั้น มีลักษณะของธาตุใดบ้าง อีกทั้งมีภารกิจและถ้อยแถลงถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันอย่างไร ที่จะช่วยให้รู้ถึงบทบาทที่เหมาะสมของตัวเองต่อการเสริมแรงขับเคลื่อน เพื่อให้ทีมทำหน้าที่อันหลากหลายได้อย่างลุล่วง และขจัดอุปสรรคขวางกั้นได้อย่างมั่นคง
การเข้าใจคุณลักษณะของคนในธาตุทั้ง 4 จึงสามารถช่วยให้คัดเลือกพนักงานได้ตรงกับภารกิจงานที่องค์กรต้องการเสริมสร้างความแข็งแกร่งได้
ในเบื้องต้นต้องมาทำความรู้จักกับธาตุทั้ง 4 กับองค์ประกอบทางบุคลิกภาพก่อนว่าเป็นอย่างไร
ความ เป็นจริงแล้ว บุคคลคนหนึ่งอาจมีธรรมชาติที่บ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริงของเขาได้ถึง 2 ธาตุด้วยกัน ทำให้ธาตุประจำตัวของแต่ละคนอาจมีถึง 16 แบบ และสามารถจัดสัดส่วนออกมาได้ดังนี้
ธาตุดิน ธาตุน้ำ
ดิน/ลม น้ำ/ลม
ดิน/น้ำ น้ำ/ดิน
ดิน/ไฟ น้ำ/ไฟ
ธาตุลม ธาตุไฟ
ลม/น้ำ ไฟ/ลม
ลม/ดิน ไฟ/ดิน
ลม/ไฟ ไฟ/น้ำ
ตาม สถิติแล้ว ประชากรราว 3 เปอร์เซ็นต์ จะมีลักษณะของทุกธาตุรวมกัน พวกเขาจะไม่มีลักษณะเด่นของธาตุใดปรากฏชัดขึ้นมาเลย นั่นเพราะพวกเขาสามารถเปลี่ยนบุคลิกตัวเองได้ตามต้องการ คนเหล่านี้จึงถูกจัดไว้ในกลุ่มของธาตุน้ำ ซึ่งเป็นธาตุที่บ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ
การได้รู้ตัว เองว่าเป็นคนธาตุใด จะช่วยให้รู้ว่าตนมีจุดแข็ง-จุดอ่อนใดบ้างแต่ในความเป็นจริง การจะรู้จักตัวเองเป็นเรื่องที่ยาก ทั้งๆ ที่เรื่องนี้มีอิทธิพลอย่างสูงต่อชีวิตในทุกๆ ด้าน นับตั้งแต่สัมพันธภาพ ไปจนถึงการเลือกอาชีพ ความเป็นผู้นำและความปรารถนาในความสุข
จะว่าไป แล้ว ทุกพฤติกรรมของคนเราถูกกำหนดด้วยบุคลิกภาพ หรืออีกนัยหนึ่ง ก็คือ พวกเราต่างได้รับอิทธิพลจากธาตุดิน น้ำ ลม ไฟด้วยกันทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้จึงต้องทำความรู้จักกับบุคลิกภาพของคนในธาตุ ทั้ง 4
คน ที่อยู่ในกลุ่มธาตุดิน จุดแข็ง คือ จะเป็นคนที่หนักแน่น คาดเดาได้ง่าย ประสาทสัมผัสดี เรียบง่าย และชอบทำอะไรแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยทั่วไปแล้ว คนธาตุดินมักมีความมั่นใจในตัวเอง
จุดอ่อนของคนธาตุดิน คือ มีแนวโน้มเป็นคนหัวรั้น มุทะลุและยึดติดอยู่กับวิธีการเดิม ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง หากไม่มีธาตุอื่นมาเป็นส่วนผสมด้วยแล้ว ธาตุดินจะเป็นคนน่าเบื่อเอามากๆ
ลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของคนธาตุดิน จะชอบเก็บรวบรวมข้อมูล และพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในผลลัพธ์ที่จะได้ก่อนลงมือทำ จึงเหมาะกับงานที่อยู่ในส่วนของการบำรุงรักษา และการตรวจสอบความสมบูรณ์ มากกว่าการเริ่มต้นทำในสิ่งใหม่ๆ
คนที่อยู่ในกลุ่มของธาตุน้ำ จุดแข็ง คือ เป็นคนที่มีความสามารถในการเอาตัวรอด มีคุณสมบัติของการเป็นผู้ให้ชีวิต มีความ ยืดหยุ่น เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ รักความเสมอภาค เป็นนักแก้ปัญหา ชอบหาทางออกให้แก่ปัญหา ชอบความปรองดอง และมีบุคลิกเหมาะกับการทำงานร่วมกัน
ส่วนจุดอ่อนนั้น คือ จะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองได้ง่าย รวมทั้งมักยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นโดยขาดการแยกแยะถูกผิดเสียก่อน ปฏิเสธคนไม่เป็นชอบตามใจคน บางครั้งก็นิ่งเฉยไม่แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ และรับเอาเรื่องร้ายๆ มาเก็บไว้กับตัวเองอยู่เสมอ
ลักษณะนิสัยของคน ธาตุน้ำ จะไม่ชอบทำอะไรอย่างเร่งรีบ พวกเขาจะศึกษาถึงเป้าหมายให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อน แล้วจึงค่อยลงมือทำอย่างระมัดระวังคนในกลุ่มนี้ต้องการคำอธิบายที่ชัดเจน ซึ่งผลที่ได้คือ สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ คนธาตุน้ำชอบที่จะเป็นผู้รับมากกว่าริเริ่ม และจะเป็นผู้ปิดงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าจะเป็นผู้เริ่มต้นโครงการ
คน ที่อยู่ในกลุ่มธาตุลม จุดแข็ง คือเป็นคนที่มีปฏิกิริยาตอบโต้กลับอย่างว่องไว มีพลังงานมาก ชอบการเคลื่อนไปข้างหน้า และมีความสามารถในการเชื่อมต่อความสัมพันธ์จนอาจกล่าวได้ว่า ไม่มีเส้นแบ่งพรมแดนสำหรับคนธาตุลม เป็นธาตุเดียวที่มีความสามารถสูงในการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา และเป็นธาตุแรกที่นำมาซึ่ง กลิ่นอายของภัยอันตราย และความยืดหยุ่น
จุด อ่อนจะเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่นิ่งๆ เป็นคนที่คาดเดาได้ยากและหุนหันพลันแล่น คนกลุ่มนี้ชอบสร้างความวุ่นวายแล้วหลบฉากไป เป็นคนที่หาตัวได้ยากและยากที่จะรั้งให้อยู่กับที่ เป็นคนที่ไม่มีใครสามารถเทียบวัดน้ำหนักของผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเขา ได้ และยิ่งยุ่งยากขึ้นไปอีกถ้าคิดจะเฝ้าติดตาม หรือสำรวจการกระทำของเขาในระยะยาว
ลักษณะนิสัยของคนธาตุลม จะชอบการเคลื่อนไหวและกิจกรรมทุกชนิด บางครั้งจะด่วนตัดสินใจและทำอะไรลงไปอย่างหุนหันพลันแล่น จนเป็นผลให้เกิด "เรื่องวุ่นวาย" ขึ้น มีนิสัยชอบคิดโผงผางเพื่อแก้ปัญหา บางครั้งก็ทำผิดพลาดในการพูดและการกระทำ จนต้องรู้สึกผิดกับผลลัพธ์ที่ตามมา
คนที่อยู่ในกลุ่มธาตุไฟ จุดแข็ง คือ เป็นคนที่มีบุคลิกที่ชวนหลงใหล น่าค้นหา เต็มไปด้วยอารมณ์ที่เร่าร้อน และเอาจริงเอาจัง ให้ความบริสุทธิ์ให้แสงสว่างและการผูกมัด
จุดอ่อน คือ ทำให้ผู้อื่นหมดเรี่ยวแรงได้อย่างรวดเร็ว ไม่อาจกำหนดขอบเขตที่พอดีของตัวเองได้ คนธาตุไฟเป็นได้ทั้งผู้สร้างความบริสุทธิ์ และผู้ทำลายจนเกิดมลทิน พวกเขาอาจขาดทักษะด้านสังคมและไม่มีความสมดุลในตัวเอง ไม่ค่อยรู้ถึงความต้องการ หรือความชื่นชอบเป็นพิเศษของคนอื่น ที่สำคัญพวกเขาจะไม่กลัวการ เผชิญหน้า
ส่วนลักษณะนิสัยของคนธาตุไฟ จะชอบความตื่นเต้น ความเร่าร้อน แรงกดดัน ทิศทางที่มั่นคงและยั่งยืน ให้ความเพลิดเพลินกับบุคคลอื่น ให้อากาศบริสุทธิ์ และสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ความกระฉับกระเฉง และการเปลี่ยนแปลง
คนธาตุไฟไม่ชอบภาวะที่น่า เบื่อหน่าย รูปแบบเดิมๆ ความซ้ำซาก ไม่ชอบการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้า คนที่ไม่กระตือรือร้น ขอบเขตที่แน่นอน การแบ่งปันความเป็นจุดสนใจกับผู้อื่น และความไร้อารมณ์
ลักษณะของ คนธาตุไฟ คือ มีการตอบสนองอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจและลงมือทำทันทีเป็นวิถีชีวิตของเขาทีเดียว บ่อยครั้งคนกลุ่มนี้มักจะทำหลายสิ่งในเวลาเดียวกัน มักจะพบกับสถานการณ์ยุ่งยาก อันมีสาเหตุมาจากการวางท่าใหญ่โต และคาดหวัง การปฏิบัติในระดับเดียวกัน ซึ่งรวมถึงการมี ส่วนร่วมจากผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย
บทความนี้ได้มาจาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4075
ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
วิถีแห่งธาตุทั้ง 4 กับการจ้างงาน
ใน ช่วงเวลาหนึ่ง ว่าที่นายจ้างคนใหม่อาจโทร.ไปหานายจ้างคนเก่า เพื่อขอให้วิจารณ์ลูกจ้างอย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นวิธีที่นายจ้างคนใหม่จะได้รู้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับนิสัยการ ปฏิบัติงานของลูกจ้าง แต่ทว่าในยุคปัจจุบันวิธีดังกล่าวหมดสมัยไปแล้ว เพราะวันนี้มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลที่กำหนดไว้ชัดเจนว่าสิ่งใดควร พูดไม่ควรพูดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
ว่าที่นายจ้างคนใหม่จึงต้องแสวงหาวิธีการอื่นในการคัดเลือกบุคลากรเข้ามาร่วมนาวาเดียวกันใหม่
ใน หนังสือกลยุทธ์ อ่านใจคน จากพลังธาตุทั้งสี่ ซึ่งเขียนโดย ลอรี่ เบธ โจนส์ กลางปีที่แล้ว ขวัญดวง แซ่เตีย นำมาแปลเป็นภาษาไทย ได้เขียนไว้ตอนหนึ่งอย่างน่าสนใจว่า วันนี้ต้องยอมรับว่าการจัดหาคนที่มีคุณสมบัติไม่ตรงกับงาน จะทำให้เกิดต้นทุนเป็นเงินหลายพันดอลลาร์ ทั้งจากรายได้ที่ต้องสูญเสีย ค่าใช้จ่ายในการคัดเลือกว่าจ้างพนักงานคนใหม่ รวมถึงต้นทุนในการฝึกอบรม
บท ความ แชลลี ดอลล์ ใน Builder. com ได้กล่าวถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า "การใช้แบบทดสอบบุคลิกภาพ จะช่วยลดความเสี่ยง ในการพิจารณาบุคลิกลักษณะของลูกจ้าง และอาจช่วยให้นายจ้างเข้าใจถึงแรงกระตุ้น และพฤติกรรมของลูกจ้างได้ดีขึ้น"
ใน ปัจจุบัน มีซีอีโอหลายท่านใช้เครื่องมือในการประเมินบุคลิกภาพ เพื่อช่วยให้ตัวเองเข้าใจลูกจ้างมากขึ้น และสามารถบริหารงานบุคคลได้ดีขึ้น ทั้งในส่วนของลูกจ้างปัจจุบันและการจ้างงานใหม่
นิตยสารอิงค์ (Inc.) ฉบับเดือนมิถุนายน 2547 ได้พูดถึงธุรกิจลูกกวาด แอลไพน์หนึ่งในผู้ผลิตลูกกวาดรายใหญ่ที่สุดของอเมริกาเหนือ กำลังหันมาประเมินบุคลิกภาพเป็นเครื่องมือสร้างประสิทธิผลในการจัดลำดับก่อน หลังให้แก่ทีม ซึ่งผลที่ตามมาก็คือมี 2 กลุ่มที่ได้ครองสิทธิ์เมื่อสองปีก่อนที่ผ่านมา และกลุ่มหนึ่งได้สิทธิในการทำสัญญากับฮอล์มาร์ก
ซีอีโอ เดวิด เทเคลต อ้างว่า การประเมินทำให้จุดมุ่งหมายทางการบริหารมีความชัดเจนขึ้น และระดับความเชื่อมั่นของเราก็จะเพิ่มขึ้น
การ ทดสอบการจ้างงานทั้งหมด รวมทั้งการทดสอบด้านบุคลิกภาพในช่วงสามปีที่ผ่านมามีการเติบโตเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 15% ต่อปี จนทำให้เกิดการรวมตัวกันขึ้นเป็นสมาคมผู้จัดพิมพ์แบบทดสอบ (The Association of Test Publishers) บริษัทหลายแห่ง นับตั้งแต่เฟดเอ็กซ์ ชิค-ฟิล-เอ ฟีนิกซ์ เมอร์คิวรี บุคลิกภาพ เพื่อเฟ้นหา ผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับทีมงานของ พวกเขา เช่นเดียวกับการเพิ่มผลิตผล ของพนักงานแต่ละคน
ซึ่งแท้จริงแล้ว ทีมงานที่ประกอบไปด้วยบุคคลที่มีลักษณะที่แตกต่างกันมาก อาจก่อให้เกิดปัญหาขัดแย้งได้ง่าย หากความแตกต่างแต่ละบุคคลนั้นไม่เป็นที่เข้าใจ ไม่เคารพในสิทธิ์ หรือไม่รู้จักคุณค่าของกันและกัน
ผู้ที่เล่นหมากรุก ย่อมรู้ดีว่าหมากแต่ละตัวมีเอกลักษณ์ที่สำหรับใช้ในกลยุทธ์ที่ต่างกันไป กะนั้นองค์กรหลายแห่งก็ยังพิจารณาเกมจากตัวเดินเพียงแค่สองตัวคือ ขุน กับเบี้ย เท่านั้น
ชีวิตและงานมีความซับซ้อนและมีจุดสมดุลที่ยากเกิน กว่าจะเข้าใจได้ง่าย ดังนั้นนักยุทธศาสตร์ที่ฉลาดจะต้องรู้ในพลังอำนาจของหมากแต่ละตัวบนกระดาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนกระดานเกมของเขาหรือเธอเอง
ลอรี่ เบธ โจนส์ บอกไว้ว่า รายงานและจำนวนตัวเลข ทำได้เพียงแค่แสดงตัวเด่นชัดบนผิวกระดาษเท่านั้น หากแต่คนกลุ่มหนึ่งที่มาอยู่รวมกัน โดยมีวิถีทางแห่งความสัมพันธ์และความไว้วางใจต่อกันในลักษณะที่ไม่อาจบรรยาย ได้ชัดเจน หรือที่เรียกว่า ทีมเวิร์ก นั้นต่างหากคือผู้ที่สร้างหลายสิ่งหลายอย่างให้เกิดขึ้น
ดังนั้น การได้รู้ว่าสมาชิกแต่ละคนที่หล่อหลอมกันเป็นทีมขึ้นมานั้น มีลักษณะของธาตุใดบ้าง อีกทั้งมีภารกิจและถ้อยแถลงถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันอย่างไร ที่จะช่วยให้รู้ถึงบทบาทที่เหมาะสมของตัวเองต่อการเสริมแรงขับเคลื่อน เพื่อให้ทีมทำหน้าที่อันหลากหลายได้อย่างลุล่วง และขจัดอุปสรรคขวางกั้นได้อย่างมั่นคง
การเข้าใจคุณลักษณะของคนในธาตุทั้ง 4 จึงสามารถช่วยให้คัดเลือกพนักงานได้ตรงกับภารกิจงานที่องค์กรต้องการเสริมสร้างความแข็งแกร่งได้
ในเบื้องต้นต้องมาทำความรู้จักกับธาตุทั้ง 4 กับองค์ประกอบทางบุคลิกภาพก่อนว่าเป็นอย่างไร
ความ เป็นจริงแล้ว บุคคลคนหนึ่งอาจมีธรรมชาติที่บ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริงของเขาได้ถึง 2 ธาตุด้วยกัน ทำให้ธาตุประจำตัวของแต่ละคนอาจมีถึง 16 แบบ และสามารถจัดสัดส่วนออกมาได้ดังนี้
ธาตุดิน ธาตุน้ำ
ดิน/ลม น้ำ/ลม
ดิน/น้ำ น้ำ/ดิน
ดิน/ไฟ น้ำ/ไฟ
ธาตุลม ธาตุไฟ
ลม/น้ำ ไฟ/ลม
ลม/ดิน ไฟ/ดิน
ลม/ไฟ ไฟ/น้ำ
ตาม สถิติแล้ว ประชากรราว 3 เปอร์เซ็นต์ จะมีลักษณะของทุกธาตุรวมกัน พวกเขาจะไม่มีลักษณะเด่นของธาตุใดปรากฏชัดขึ้นมาเลย นั่นเพราะพวกเขาสามารถเปลี่ยนบุคลิกตัวเองได้ตามต้องการ คนเหล่านี้จึงถูกจัดไว้ในกลุ่มของธาตุน้ำ ซึ่งเป็นธาตุที่บ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ
การได้รู้ตัว เองว่าเป็นคนธาตุใด จะช่วยให้รู้ว่าตนมีจุดแข็ง-จุดอ่อนใดบ้างแต่ในความเป็นจริง การจะรู้จักตัวเองเป็นเรื่องที่ยาก ทั้งๆ ที่เรื่องนี้มีอิทธิพลอย่างสูงต่อชีวิตในทุกๆ ด้าน นับตั้งแต่สัมพันธภาพ ไปจนถึงการเลือกอาชีพ ความเป็นผู้นำและความปรารถนาในความสุข
จะว่าไป แล้ว ทุกพฤติกรรมของคนเราถูกกำหนดด้วยบุคลิกภาพ หรืออีกนัยหนึ่ง ก็คือ พวกเราต่างได้รับอิทธิพลจากธาตุดิน น้ำ ลม ไฟด้วยกันทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้จึงต้องทำความรู้จักกับบุคลิกภาพของคนในธาตุ ทั้ง 4
คน ที่อยู่ในกลุ่มธาตุดิน จุดแข็ง คือ จะเป็นคนที่หนักแน่น คาดเดาได้ง่าย ประสาทสัมผัสดี เรียบง่าย และชอบทำอะไรแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยทั่วไปแล้ว คนธาตุดินมักมีความมั่นใจในตัวเอง
จุดอ่อนของคนธาตุดิน คือ มีแนวโน้มเป็นคนหัวรั้น มุทะลุและยึดติดอยู่กับวิธีการเดิม ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง หากไม่มีธาตุอื่นมาเป็นส่วนผสมด้วยแล้ว ธาตุดินจะเป็นคนน่าเบื่อเอามากๆ
ลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของคนธาตุดิน จะชอบเก็บรวบรวมข้อมูล และพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในผลลัพธ์ที่จะได้ก่อนลงมือทำ จึงเหมาะกับงานที่อยู่ในส่วนของการบำรุงรักษา และการตรวจสอบความสมบูรณ์ มากกว่าการเริ่มต้นทำในสิ่งใหม่ๆ
คนที่อยู่ในกลุ่มของธาตุน้ำ จุดแข็ง คือ เป็นคนที่มีความสามารถในการเอาตัวรอด มีคุณสมบัติของการเป็นผู้ให้ชีวิต มีความ ยืดหยุ่น เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ รักความเสมอภาค เป็นนักแก้ปัญหา ชอบหาทางออกให้แก่ปัญหา ชอบความปรองดอง และมีบุคลิกเหมาะกับการทำงานร่วมกัน
ส่วนจุดอ่อนนั้น คือ จะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองได้ง่าย รวมทั้งมักยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นโดยขาดการแยกแยะถูกผิดเสียก่อน ปฏิเสธคนไม่เป็นชอบตามใจคน บางครั้งก็นิ่งเฉยไม่แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ และรับเอาเรื่องร้ายๆ มาเก็บไว้กับตัวเองอยู่เสมอ
ลักษณะนิสัยของคน ธาตุน้ำ จะไม่ชอบทำอะไรอย่างเร่งรีบ พวกเขาจะศึกษาถึงเป้าหมายให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อน แล้วจึงค่อยลงมือทำอย่างระมัดระวังคนในกลุ่มนี้ต้องการคำอธิบายที่ชัดเจน ซึ่งผลที่ได้คือ สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ คนธาตุน้ำชอบที่จะเป็นผู้รับมากกว่าริเริ่ม และจะเป็นผู้ปิดงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าจะเป็นผู้เริ่มต้นโครงการ
คน ที่อยู่ในกลุ่มธาตุลม จุดแข็ง คือเป็นคนที่มีปฏิกิริยาตอบโต้กลับอย่างว่องไว มีพลังงานมาก ชอบการเคลื่อนไปข้างหน้า และมีความสามารถในการเชื่อมต่อความสัมพันธ์จนอาจกล่าวได้ว่า ไม่มีเส้นแบ่งพรมแดนสำหรับคนธาตุลม เป็นธาตุเดียวที่มีความสามารถสูงในการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา และเป็นธาตุแรกที่นำมาซึ่ง กลิ่นอายของภัยอันตราย และความยืดหยุ่น
จุด อ่อนจะเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่นิ่งๆ เป็นคนที่คาดเดาได้ยากและหุนหันพลันแล่น คนกลุ่มนี้ชอบสร้างความวุ่นวายแล้วหลบฉากไป เป็นคนที่หาตัวได้ยากและยากที่จะรั้งให้อยู่กับที่ เป็นคนที่ไม่มีใครสามารถเทียบวัดน้ำหนักของผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเขา ได้ และยิ่งยุ่งยากขึ้นไปอีกถ้าคิดจะเฝ้าติดตาม หรือสำรวจการกระทำของเขาในระยะยาว
ลักษณะนิสัยของคนธาตุลม จะชอบการเคลื่อนไหวและกิจกรรมทุกชนิด บางครั้งจะด่วนตัดสินใจและทำอะไรลงไปอย่างหุนหันพลันแล่น จนเป็นผลให้เกิด "เรื่องวุ่นวาย" ขึ้น มีนิสัยชอบคิดโผงผางเพื่อแก้ปัญหา บางครั้งก็ทำผิดพลาดในการพูดและการกระทำ จนต้องรู้สึกผิดกับผลลัพธ์ที่ตามมา
คนที่อยู่ในกลุ่มธาตุไฟ จุดแข็ง คือ เป็นคนที่มีบุคลิกที่ชวนหลงใหล น่าค้นหา เต็มไปด้วยอารมณ์ที่เร่าร้อน และเอาจริงเอาจัง ให้ความบริสุทธิ์ให้แสงสว่างและการผูกมัด
จุดอ่อน คือ ทำให้ผู้อื่นหมดเรี่ยวแรงได้อย่างรวดเร็ว ไม่อาจกำหนดขอบเขตที่พอดีของตัวเองได้ คนธาตุไฟเป็นได้ทั้งผู้สร้างความบริสุทธิ์ และผู้ทำลายจนเกิดมลทิน พวกเขาอาจขาดทักษะด้านสังคมและไม่มีความสมดุลในตัวเอง ไม่ค่อยรู้ถึงความต้องการ หรือความชื่นชอบเป็นพิเศษของคนอื่น ที่สำคัญพวกเขาจะไม่กลัวการ เผชิญหน้า
ส่วนลักษณะนิสัยของคนธาตุไฟ จะชอบความตื่นเต้น ความเร่าร้อน แรงกดดัน ทิศทางที่มั่นคงและยั่งยืน ให้ความเพลิดเพลินกับบุคคลอื่น ให้อากาศบริสุทธิ์ และสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ความกระฉับกระเฉง และการเปลี่ยนแปลง
คนธาตุไฟไม่ชอบภาวะที่น่า เบื่อหน่าย รูปแบบเดิมๆ ความซ้ำซาก ไม่ชอบการเคลื่อนไหวที่เชื่องช้า คนที่ไม่กระตือรือร้น ขอบเขตที่แน่นอน การแบ่งปันความเป็นจุดสนใจกับผู้อื่น และความไร้อารมณ์
ลักษณะของ คนธาตุไฟ คือ มีการตอบสนองอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจและลงมือทำทันทีเป็นวิถีชีวิตของเขาทีเดียว บ่อยครั้งคนกลุ่มนี้มักจะทำหลายสิ่งในเวลาเดียวกัน มักจะพบกับสถานการณ์ยุ่งยาก อันมีสาเหตุมาจากการวางท่าใหญ่โต และคาดหวัง การปฏิบัติในระดับเดียวกัน ซึ่งรวมถึงการมี ส่วนร่วมจากผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย
แม่น้ำ 4 สาย และวังทั้ง 3 พื้นฐานในการดูโหงวเฮ้ง
Tweet
บทความนี้ได้มาจาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4075 ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
แม่น้ำ 4 สาย และวังทั้ง 3 พื้นฐานในการดูโหงวเฮ้ง
"โหงวเฮ้ง" มีอิทธิพลต่อความสำเร็จในชีวิตจริงหรือ ?
"โหงวเฮ้ง" มีอิทธิพลต่อการได้ทำงานหรือไม่ได้ทำงานในองค์กรใหญ่จริงหรือ ?
คำ ถามที่อยู่ค้างคาใจใครหลายคนมานาน วันนี้ "อาจารย์ธวัชพงศ์ ธนิตลิมปะพงศ์ ที่ปรึกษา บริษัท ซี.พี. เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ให้คำตอบไว้ในการบรรยายเรื่อง "โหงวเฮ้งกับงาน HR" ที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุมไว้อย่างกระจ่างชัดว่า การเลือกบุคคลเข้ามาทำงานนั้นจะมีการดูโหงวเฮ้งเป็นส่วนประกอบ อีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากจะดูเรื่องวันเดือนปีเกิด เพราะโหงวเฮ้งเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะทำให้คนประสบความสำเร็จได้
โดยปกติแล้วการคัดเลือกบุคลากรของกลุ่ม ซี.พี. หรือบริษัทที่เข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้จะเริ่มพิจารณาตั้งแต่โครงสร้างของใบหน้า
โครงสร้างใบหน้าของคนเราจะประกอบไปด้วยภูเขา 5 ลูก
ภูเขา ลูกที่ 1 คือ หน้าผาก เป็นภูเขาทิศใต้ ลักษณะหน้าผากที่ดีต้องโค้งมนได้รูป ตำแหน่งนี้จะบอกถึงความสำเร็จในทุกๆ ด้าน มีความคิดสร้างสรรค์ ชื่อเสียงหรือแม้แต่คุณธรรมของคนคนนั้น ถ้าหน้าผากมีเส้น 3 เส้นวิ่งอยู่บน หน้าผาก คนคนนั้นเป็นคนมีคุณธรรม แต่ถ้ามีเส้นเดียวผาดผ่านคนคนนั้น คบไม่ได้ เห็นแก่ตัว
ภูเขาลูกที่ 2 คือ คาง เป็น
ภูเขาทิศ เหนือ ลักษณะที่คางที่ดีต้องตรงตำแหน่งใต้ริมฝีปาก เป็นเหมือนร่อง ปลายคางโค้งงอน ตำแหน่งจะบอกถึงมั่นปลายชีวิตมีลูกหลานอันประเสริฐ ใครมีลักษณะคางบุ๋มๆ มีความโรแมนติก สุนทรีย์ มีจินตนาการมาก
ภูเขา ลูกที่ 3 และลูกที่ 4 คือ โหนกแก้มขวาและซ้าย ภูเขาตะวันออก ตะวันตก ตำแหน่งนี้ต้องสัมพันธ์ดูความเสมอของฐานกระดูกและเนื้อ ตำแหน่งนี้บอกถึงความเพียบพร้อมด้วยบริวาร ความรับผิดชอบ แต่หากโหนกแก้มสูงมากจะต้องเหนื่อยยากกว่าจะประสบความสำเร็จ และถ้าโหนกแก้มต่ำมากชีวิตจะโดดเดี่ยวไม่มีบริวาร
ภูเขาลูกที่ 5 คือ จมูก เปรียบประดุจเหมือนประธานของภูเขาทั้งหมด ปลายจมูกคือการผลาญเงินของคน ปีกจมูกคือการสะสม ปลายกลมสวยปีกรูจมูกสวยงาม แปลว่าผลาญกึ่งสะสม ปลายกลมปีกจมูกเล็ก ผลาญเก็บไม่อยู่ ความสูง ความทะลวงของจมูกคือการตัดสินใจของคนคนนั้น สันจมูกความสูงคือความเร็วในการตัดสินใจ ไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
" อาจารย์ธวัชพงศ์" ให้ข้อสังเกตว่า ลักษณะแม่น้ำ 4 สาย และวังทั้ง 3 เป็นพื้นฐานในการดูโหวงเฮ้ง เพื่อให้รู้ถึงลักษณะนิสัยและชะตาเบื้องต้นของบุคคลนั้น
แม่น้ำ 4 สาย ประกอบด้วย
1.คิ้ว เส้นคิ้วชัดเจน คิ้วที่สดใสเป็นคนที่มีโชค คิ้วที่สดใสจดหางตาเป็นคนที่มีความเพียรพยายาม
2.ตา ตาดำเห็นชัดเจน การรักษาตาให้สดใส ตาบ่งบอกถึงความร่ำรวย สติปัญญาอยู่ที่ตา
3.จมูก ความสดใส สีอมชมพู มีเนื้ออิ่มเต็มพองาม มีความอุดมการณ์ ปลายจมูกอมชมพูแปลว่ากำลังจะมีโชค
4.ปาก สีสดใส ปากได้รูป ไม่หนาหรือบางเกินไป ปากไม่แห้งมนุษย์สัมพันธ์ดี มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ
วังทั้ง 3 ประกอบด้วย
1. วังแห่งฟ้า ตั้งแต่ไรผมกึ่งกลางหน้าผากจนถึงหว่างคิ้ว ถ้าตำแหน่งนี้ยาวและสวยงามกว่าตำแหน่งมนุษย์และดิน บุคคลนั้นจะมีสติปัญญาดีเลิศแต่ไร้วาสนา จะได้สิ่งใดมาต้องเหนื่อยยาก
2. วังแห่งมนุษย์ ตั้งแต่หว่างคิ้วถึงปลายจมูก ถ้าตำแหน่งนี้ยาวและสวยงามกว่าตำแหน่งฟ้าและดิน บุคคลผู้นั้นมักจะได้การศึกษาในสถาบันน้อย แต่จะมีทรัพย์สิน และอายุ 40 ปีขึ้นไปถึงจะประสบความสำเร็จ แต่เป็นความสำเร็จที่ต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง
3. วังแห่งดิน ตั้งแต่ปลายจมูกถึงคาง ถ้าตำแหน่งนี้ยาวและสวยงามกว่าตำแหน่งฟ้าและมนุษย์ บุคคลนั้นจะมีบุตรหลานที่มีความเจริญรุ่งเรือง แต่ตัวเองต้องทำงานหนัก ใช้แรงงานมาก ชีวิตในช่วงหนุ่มสาวค่อนข้างลำบาก แต่มีอายุยืน
นอกจากจะดูที่โครงสร้างพื้นฐานของแม่น้ำ 4 สาย และวังทั้ง 3 ที่พูดมาหากต้องการคนที่มีบุคลิกที่แตกต่างกันไปก็สามารถดูได้
เช่น หากองค์กรมีความต้องการคนที่สติปัญญาดี เป็นนักคิด นักวางแผน ต้องพิจารณาจากขอบหูด้านนอกต้องมีลักษณะโค้งได้รูปสวยงาม คิ้วสดใสยาวเป็นระเบียบ ยาวจดหางตา ตาดำสดใสเป็นประกาย ขาวดำต้องเห็นอย่างชัดเจน
หากองค์กรต้องการคนขยัน มานะในหน้าที่การงาน ต้องพิจารณาจากขอบหูด้านในต้องขนานกับขอบหูด้านนอก ยาวจดติ่งหู กรามไม่ตอบ ไม่แห้ง มีเนื้อเต็ม ไหล่ต้องไม่ห่อเล็ก ไม่ห่อและไม่บางมีเนื้อหนาพองาม
หากองค์กรต้องการคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ต้องพิจารณาความสูงของหน้าผาก ต้องมีลักษณะอิ่มเต็มและโค้งสวยงาม
ความกว้างของหน้าผากคือจุดที่บ่งบอกความแม่นยำของความจำ จมูกต้องเข้ารูปกับใบหน้า ความสูงของจมูกไม่ทรุดต่ำ
หาก องค์กรต้องการคนที่มีความอดทนจะต้องพิจารณาจากความกว้างของปีกจมูก คางมีเนื้อหุ้มเต็ม ไม่แคบ ไม่แหลมจนเกินไป ไหล่ต้องมีเนื้อหนา มีความกว้าง
หรือหากองค์กรต้องการคนซื่อสัตย์ พิจารณาที่หูไม่ซ้อนเกินไป คิ้วโดยเฉพาะบริเวณหางคิ้วไม่โค้งและย้อนขึ้นหาหัวคิ้ว ตาไม่เอียง ไม่เหล่ และไม่เป็นสามเหลี่ยม จมูกต้องไม่คด ไม่งอ และไม่งุ้มเกินไป ปากไม่เอียง ไม่เบี้ยว ริมฝีปากบนทั้งสองข้างต้องเท่ากัน
ดังนั้น การคัดเลือกบุคลากรจึงต้องดูให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรเป็นหลักสำคัญ
แม่น้ำ 4 สาย และวังทั้ง 3 พื้นฐานในการดูโหงวเฮ้ง
"โหงวเฮ้ง" มีอิทธิพลต่อความสำเร็จในชีวิตจริงหรือ ?
"โหงวเฮ้ง" มีอิทธิพลต่อการได้ทำงานหรือไม่ได้ทำงานในองค์กรใหญ่จริงหรือ ?
คำ ถามที่อยู่ค้างคาใจใครหลายคนมานาน วันนี้ "อาจารย์ธวัชพงศ์ ธนิตลิมปะพงศ์ ที่ปรึกษา บริษัท ซี.พี. เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ให้คำตอบไว้ในการบรรยายเรื่อง "โหงวเฮ้งกับงาน HR" ที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุมไว้อย่างกระจ่างชัดว่า การเลือกบุคคลเข้ามาทำงานนั้นจะมีการดูโหงวเฮ้งเป็นส่วนประกอบ อีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากจะดูเรื่องวันเดือนปีเกิด เพราะโหงวเฮ้งเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะทำให้คนประสบความสำเร็จได้
โดยปกติแล้วการคัดเลือกบุคลากรของกลุ่ม ซี.พี. หรือบริษัทที่เข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้จะเริ่มพิจารณาตั้งแต่โครงสร้างของใบหน้า
โครงสร้างใบหน้าของคนเราจะประกอบไปด้วยภูเขา 5 ลูก
ภูเขา ลูกที่ 1 คือ หน้าผาก เป็นภูเขาทิศใต้ ลักษณะหน้าผากที่ดีต้องโค้งมนได้รูป ตำแหน่งนี้จะบอกถึงความสำเร็จในทุกๆ ด้าน มีความคิดสร้างสรรค์ ชื่อเสียงหรือแม้แต่คุณธรรมของคนคนนั้น ถ้าหน้าผากมีเส้น 3 เส้นวิ่งอยู่บน หน้าผาก คนคนนั้นเป็นคนมีคุณธรรม แต่ถ้ามีเส้นเดียวผาดผ่านคนคนนั้น คบไม่ได้ เห็นแก่ตัว
ภูเขาลูกที่ 2 คือ คาง เป็นภูเขาทิศ เหนือ ลักษณะที่คางที่ดีต้องตรงตำแหน่งใต้ริมฝีปาก เป็นเหมือนร่อง ปลายคางโค้งงอน ตำแหน่งจะบอกถึงมั่นปลายชีวิตมีลูกหลานอันประเสริฐ ใครมีลักษณะคางบุ๋มๆ มีความโรแมนติก สุนทรีย์ มีจินตนาการมาก
ภูเขา ลูกที่ 3 และลูกที่ 4 คือ โหนกแก้มขวาและซ้าย ภูเขาตะวันออก ตะวันตก ตำแหน่งนี้ต้องสัมพันธ์ดูความเสมอของฐานกระดูกและเนื้อ ตำแหน่งนี้บอกถึงความเพียบพร้อมด้วยบริวาร ความรับผิดชอบ แต่หากโหนกแก้มสูงมากจะต้องเหนื่อยยากกว่าจะประสบความสำเร็จ และถ้าโหนกแก้มต่ำมากชีวิตจะโดดเดี่ยวไม่มีบริวาร
ภูเขาลูกที่ 5 คือ จมูก เปรียบประดุจเหมือนประธานของภูเขาทั้งหมด ปลายจมูกคือการผลาญเงินของคน ปีกจมูกคือการสะสม ปลายกลมสวยปีกรูจมูกสวยงาม แปลว่าผลาญกึ่งสะสม ปลายกลมปีกจมูกเล็ก ผลาญเก็บไม่อยู่ ความสูง ความทะลวงของจมูกคือการตัดสินใจของคนคนนั้น สันจมูกความสูงคือความเร็วในการตัดสินใจ ไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
" อาจารย์ธวัชพงศ์" ให้ข้อสังเกตว่า ลักษณะแม่น้ำ 4 สาย และวังทั้ง 3 เป็นพื้นฐานในการดูโหวงเฮ้ง เพื่อให้รู้ถึงลักษณะนิสัยและชะตาเบื้องต้นของบุคคลนั้น
แม่น้ำ 4 สาย ประกอบด้วย
1.คิ้ว เส้นคิ้วชัดเจน คิ้วที่สดใสเป็นคนที่มีโชค คิ้วที่สดใสจดหางตาเป็นคนที่มีความเพียรพยายาม
2.ตา ตาดำเห็นชัดเจน การรักษาตาให้สดใส ตาบ่งบอกถึงความร่ำรวย สติปัญญาอยู่ที่ตา
3.จมูก ความสดใส สีอมชมพู มีเนื้ออิ่มเต็มพองาม มีความอุดมการณ์ ปลายจมูกอมชมพูแปลว่ากำลังจะมีโชค
4.ปาก สีสดใส ปากได้รูป ไม่หนาหรือบางเกินไป ปากไม่แห้งมนุษย์สัมพันธ์ดี มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ
วังทั้ง 3 ประกอบด้วย
1. วังแห่งฟ้า ตั้งแต่ไรผมกึ่งกลางหน้าผากจนถึงหว่างคิ้ว ถ้าตำแหน่งนี้ยาวและสวยงามกว่าตำแหน่งมนุษย์และดิน บุคคลนั้นจะมีสติปัญญาดีเลิศแต่ไร้วาสนา จะได้สิ่งใดมาต้องเหนื่อยยาก
2. วังแห่งมนุษย์ ตั้งแต่หว่างคิ้วถึงปลายจมูก ถ้าตำแหน่งนี้ยาวและสวยงามกว่าตำแหน่งฟ้าและดิน บุคคลผู้นั้นมักจะได้การศึกษาในสถาบันน้อย แต่จะมีทรัพย์สิน และอายุ 40 ปีขึ้นไปถึงจะประสบความสำเร็จ แต่เป็นความสำเร็จที่ต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง
3. วังแห่งดิน ตั้งแต่ปลายจมูกถึงคาง ถ้าตำแหน่งนี้ยาวและสวยงามกว่าตำแหน่งฟ้าและมนุษย์ บุคคลนั้นจะมีบุตรหลานที่มีความเจริญรุ่งเรือง แต่ตัวเองต้องทำงานหนัก ใช้แรงงานมาก ชีวิตในช่วงหนุ่มสาวค่อนข้างลำบาก แต่มีอายุยืน
นอกจากจะดูที่โครงสร้างพื้นฐานของแม่น้ำ 4 สาย และวังทั้ง 3 ที่พูดมาหากต้องการคนที่มีบุคลิกที่แตกต่างกันไปก็สามารถดูได้
เช่น หากองค์กรมีความต้องการคนที่สติปัญญาดี เป็นนักคิด นักวางแผน ต้องพิจารณาจากขอบหูด้านนอกต้องมีลักษณะโค้งได้รูปสวยงาม คิ้วสดใสยาวเป็นระเบียบ ยาวจดหางตา ตาดำสดใสเป็นประกาย ขาวดำต้องเห็นอย่างชัดเจน
หากองค์กรต้องการคนขยัน มานะในหน้าที่การงาน ต้องพิจารณาจากขอบหูด้านในต้องขนานกับขอบหูด้านนอก ยาวจดติ่งหู กรามไม่ตอบ ไม่แห้ง มีเนื้อเต็ม ไหล่ต้องไม่ห่อเล็ก ไม่ห่อและไม่บางมีเนื้อหนาพองาม
หากองค์กรต้องการคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ต้องพิจารณาความสูงของหน้าผาก ต้องมีลักษณะอิ่มเต็มและโค้งสวยงาม
ความกว้างของหน้าผากคือจุดที่บ่งบอกความแม่นยำของความจำ จมูกต้องเข้ารูปกับใบหน้า ความสูงของจมูกไม่ทรุดต่ำ
หาก องค์กรต้องการคนที่มีความอดทนจะต้องพิจารณาจากความกว้างของปีกจมูก คางมีเนื้อหุ้มเต็ม ไม่แคบ ไม่แหลมจนเกินไป ไหล่ต้องมีเนื้อหนา มีความกว้าง
หรือหากองค์กรต้องการคนซื่อสัตย์ พิจารณาที่หูไม่ซ้อนเกินไป คิ้วโดยเฉพาะบริเวณหางคิ้วไม่โค้งและย้อนขึ้นหาหัวคิ้ว ตาไม่เอียง ไม่เหล่ และไม่เป็นสามเหลี่ยม จมูกต้องไม่คด ไม่งอ และไม่งุ้มเกินไป ปากไม่เอียง ไม่เบี้ยว ริมฝีปากบนทั้งสองข้างต้องเท่ากัน
ดังนั้น การคัดเลือกบุคลากรจึงต้องดูให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรเป็นหลักสำคัญ
ล้วงลึก... "ศาสตร์โหงวเฮ้งกับงาน HR" เคล็ด (ไม่) ลับ ความสำเร็จเจ้าสัว CP
Tweet
บทความนี้ได้มาจาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4075
โดย วรวุธ เพ็งผลฉาย ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ณ ที่นี้ด้วยครับ
ล้วงลึก... "ศาสตร์โหงวเฮ้งกับงาน HR" เคล็ด (ไม่) ลับ ความสำเร็จเจ้าสัว CP
เป็น ที่โจษจันกันมานานว่า กลุ่ม ซี.พี.ของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ นั้น ให้ความสำคัญกับศาสตร์เรื่องโหงวเฮ้งในการคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงานมากเป็น อันดับต้นๆ ธุรกิจขององค์กรแห่งนี้จึงเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะทีมงานคุณภาพขององค์กรแห่งนี้ไม่ใช่แค่เปี่ยมไปด้วยความรู้ความสามารถ แต่บุคลิกลักษณะยังเหมาะกับตำแหน่งงานอย่างลงตัว ทำให้องค์กรแห่งนี้มีพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจ ไม่ว่าจะก้าวไปทางไหนความสำเร็จก็รออยู่ข้างหน้า
วันนี้ต้องยอมรับ ว่า แม้ทุกคนจะรับรู้ว่าศาสตร์ในเรื่องโหงวเฮ้งนั้นมีพลัง และมีความสำคัญในการดำเนินธุรกิจ แต่ความรู้และความเชี่ยวชาญในเรื่องเหล่านี้ก็ยังจำกัดอยู่ในกลุ่มคนไม่กี่ กลุ่มเท่านั้น การเปิดการบรรยายพิเศษของ "อาจารย์ธวัชพงศ์ ธนิตลิมปะพงศ์" ที่ปรึกษา บริษัท ซี.พี. เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในหัวข้อ "โหงวเฮ้งกับงาน HR ศาสตร์แห่งการ คัดเลือกบุคลากร" ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เมื่อเร็วๆ นี้จึงเป็นเสมือนการเปิดประตูให้คนได้เข้าใจศาสตร์เรื่องโหงวเฮ้งลึกซึ้ง มากขึ้น
ยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจขาลง การคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาเสริมความแกร่งขององค์กรดูจะเป็น เรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกองค์กร เรื่องนี้จึงอยู่ในความสนใจของคนในสังคมเป็นอย่างมาก
"สิ่งสำคัญใน การเลือกบุคลากรคือชะตาชีวิต เหมาะสมจะเริ่มต้นงานรึเปล่า เวลาคนมาสมัครงานอาจารย์จะถามวันเดือนปีเกิดโดยอาศัยหลักฮะ (เสริม สร้าง เกื้อกูล เพิ่มพูน) หลักชง (ทำลาย บั่นทอน ขัดแย้ง) เป็นตัวกำหนด
ปีที่ผ่านมา 2551 ใครปีชวด ปีมะเมีย ปีเถาะ ปีระกา ปีที่แล้ว 4 ปีนี้ชงเปรียบเหมือนชีวิตเดินอยู่บนทางขรุขระ บางคนชงปะทะแรงๆ
คำ ว่า ปะทะแรงๆ คือ ปีจะชง เดือนจะชง วันจะชง เพราะฉะนั้นหลักในการเลือกคนต้องอาศัยดวงชะตา เพราะว่าดวงชะตานั้นเปรียบเหมือนเส้นทาง ช่วงจังหวะการเปลี่ยนแปลง การงาน การเริ่มต้นนั้นเป็นช่วงที่ดี เหมือนทางที่ราบเรียบ เขามาอยู่กับเรา ดวงเขาดี เราก็ดีด้วยนั้นเป็นหลักหนึ่งในการเลือก
ไม่เพียงเท่านั้น ยังจะต้องใช้วันเดือนปีเกิดของเขามาเทียบกับคนที่เขาจะอยู่ด้วย ตัวอย่างคุณปิยะวัฒน์ เกิด 3 มิถุนายน 2496 เดือนมะเส็ง เราเห็นคนมาสมัครงาน เราจะทำรายงานตรงถึงคุณปิยะวัฒน์ มะเส็งต้องฮะกับอะไร วอก ระกา ฉลู เอาปีที่ประสานเลือกส่งไปให้คุณปิยะวัฒน์ ต้องเลือกก่อนว่าต้องปีที่สัมพันธ์กับนาย คนจีนแบ่งออกเป็น หลักฮะ หลักซาฮะ หลักซาคา แล้วก็หลักชง"
"อาจารย์ธวัชพงศ์" เปิดฉากอธิบายถึงความสำเร็จของชีวิตคนที่มีความสัมพันธ์กับวันเดือนปีเกิด และขยายความในเรื่องหลักฮะต่อไปว่าหมายถึง การประสานกันของสรรพสิ่ง 6 ประการซึ่งก่อให้เกิดการเสริมสร้าง เกื้อกูล เพิ่มพูน ดังนี้
- ประสานกับดวงจันทร์ (อิม) - ประสานกับดวงดาว
- ประสานกับดวงอาทิตย์ (เอี้ยง) - ประสานกันระหว่างครอบครัว
- ประสานกับภูตผีปีศาจ - ประสานกับพลังแห่งที่ดิน (ตี่เล้ง)
ปีเกิดที่ "ฮะกัน" คือ
ปีชวดกับปีฉลู
ปีขาลกับปีกุน
ปีเถาะกับปีจอ
ปีมะโรงกับระกา
ปีมะเมียกับมะแม
ปีมะเส็งกับปีวอก
" ยกตัวอย่างเช่น คนที่ฮะกันไปไหนด้วยกันก็จะช่วยสร้างเสริม เกื้อกูลให้กันและกัน หรือใครที่ยังไม่ได้แต่งงานก็เลือกคนที่ฮะกับเรา แต่ถ้าคนแต่งงานไปแล้วถือว่าซื้อขาดกันแล้วไม่สามารถเปลี่ยนดวงได้ แต่ถ้าใครแต่งไปแล้วไม่ใช่กลับไปเลิกกับสามีภรรยา คือ คนที่แต่งงานกันต้องมีบุญเก่ารวมกัน ไม่ใช่แค่บุญอย่างเดียว กรรมด้วย เวรด้วย
มันร่วมกันถึงจะแต่งงานกันได้งั้นเราไม่มีโอกาสแต่งงานกันหรอก"
หลักซาฮะ "อาจารย์ธวัชพงศ์" ชี้ว่า ปีเกิดที่ "ซาฮะกัน" ประกอบด้วย
* ชวด-มะโรง-วอก
* ขาล-มะเมีย-จอ
* เถาะ-มะแม-กุน
* มะเส็ง-ระกา-ฉลู
" ยกตัวอย่างเช่น พ่อปีชวด แม่ปีมะโรง ลูกปีวอก ในครอบครัวใดครบ 3 ซาฮะก็จะรุ่งเรืองได้ถึง 3 ชั่วคน คือ รุ่นท่าน ท่านจะได้รับเลย รุ่นลูกของท่าน จนถึงรุ่นหลานของท่าน ส่วนรุ่นต่อไปจะดีอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับดวงชะตาของรุ่นหลาน แต่มีข้อแม้ห้ามมีลูกปีอื่นมาชง 1 ใน 3 ปีนี้ เช่น พ่อปีขาล แม่ปีมะเมีย ลูกปีจอ และมีลูกอีกเป็นปีกุนไม่เป็นอะไร เพราะฮะกันกับขาล แต่มีลูกเป็นปีวอก วอกมาชงกับขาล ซาฮะจะแตกไม่มีพลัง จึงได้เกิดพิธีกรรมยกลูกบุญธรรมเกิดขึ้น เรียกว่ายกลูกบุญธรรมอะไรแบบนี้ หรือเวลาเราจะเลือกลูกน้อง คนงาน เอาเข้าหลักฮะไม่ได้ก็เอาซาฮะกับเราก็ได้"
หลัก ซาคาหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า หลักสามขา "อาจารย์ธวัชพงศ์" บอกว่าสำคัญไม่แพ้หลักอื่นๆ หมายความว่า ถ้าบิดา มารดา และบุตรเกิดปีเดียวกันทั้ง 3 คน ครอบครัวนั้นจะมีความรุ่งเรืองได้ เช่น ชวด (หนู) 3 ตัว ขาล (เสือ) 3 ตัว ยกเว้นปีระกาปีเดียวที่คนในครอบครัวไม่ควรเกิดปีนี้ทั้ง 3 คน เพราะจะเกิดความขัดแย้งกันเอง ถ้าจะให้รุ่งเรืองต้องเป็นเลขคู่ เช่น ระกา (ไก่) 2 ตัว ระกา (ไก่) 4 ตัว
"หลักซาคาปีเดียวกัน พ่อกุน แม่กุน ลูกกุน รุ่งเรือง ร่ำรวยมากๆ มะโรง 3 ตัว ขาล 3 ตัวยิ่งใหญ่มากๆ ยกเว้นอย่างหนึ่งว่า ระกา 3 ตัว ห้ามอยู่ในครอบครัวเดียวกัน พ่อระกา แม่ระกา ลูกระกา 1 ใน 3 จะขี้โรค ล้มป่วยอย่างไม่มีเหตุผล"
มาถึงหลักชง "อาจารย์ธวัชพงศ์" แปลด้วยภาษาง่ายๆ ว่า คือการทำลาย การบั่นทอน ความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นได้กับคนที่เกิดปีชงกัน
ปีเกิดที่ชงกันตามศาสตร์ของอาจารย์ธวัชพงศ์ คือ
* ชวด-มะเมีย
* ฉลู-มะแม
* ขาล-วอก
* เถาะ-ระกา
* มะโรง-จอ
* มะเส็ง-กุน
" อาจารย์จะทำโน้ตไว้ข้างๆ พอคนมา สมัครงานแล้วดวงผู้บริหารเราต้องรู้ เพราะต้องเอาวันเดือนปีเกิดผู้บริหารเป็นตัวตั้ง ผู้บริหารคนนี้เกิดวันเดือนปีเกิดอะไรจะได้เลือกคนที่เหมาะสมส่งไปให้ได้ อาจารย์ต้องบอกไว้ก่อน
รายหนึ่งที่อาจารย์เคยเป็นที่ปรึกษา วันแรกๆ ที่อาจารย์เข้าไปเป็นที่ปรึกษา อาจารย์จะเข้าไปอาทิตย์ละครั้ง ภรรยา ที่ปรึกษาเกิดปีมะเมีย เขาถามอาจารย์ว่า "อาจารย์พูดถึงหลักฮะ หลักชงแล้วหนูชงกับปีอะไร"
อาจารย์ก็ตอบไปว่า "น้องชงกับปีชวดนะ"
พูด แค่นี้ก็คุยเรื่องงานอะไรกันต่อและเขาก็บินไปต่างประเทศ อาทิตย์ถัดมาอาจารย์ก็เข้าไปและเขาก็กลับมาจากต่างประเทศแล้วเขาก็เข้าตรงมา คุยกับอาจารย์
"อาจารย์หนูมีข่าวดีมาบอก คนปีชวดในโรงงานไม่เหลือแล้ว"
ไล่ ออกหมดทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร อาจารย์ตกใจและก็เสียใจที่ไม่ได้บอกให้เขาเข้าใจ คนที่ชงกับเราแค่ไม่เจอกับเราโดยตรงถือว่าใช้ได้ ถ้ามีคนคั่น ลูกน้องคนนี้ ชงเรา หาคนคั่นสักคนถือว่าโอเค ไม่จำเป็นต้องไล่ออกทั้งแผนก คนเหล่านั้นมีลูก มีครอบครัว จะเป็นบาป บางคนชงกันรักกันมากก็มี อย่างการเลือกคู่คนที่เป็นสามี ภรรยากันดวงจะต้องปีเกิดกับเดือนเกิดประสานกันถึงจะดีที่สุด ถึงจะเป็นคู่กัน ปีเกิด เดือนเกิดไม่สัมพันธ์กันเลยในที่สุดครอบครัวจะเกิดความขัดแย้งกัน แต่มีข้อแม้ว่าได้ลูกมาฮะพ่อ แม่ก็พออยู่ได้" "อาจารย์ธวัชพงศ์" เล่าถึงประสบการณ์ในการทำงานที่สะท้อนให้เห็นว่าศาสตร์ในเรื่องโหงวเฮ้งนั้น มีรายละเอียดที่ต้องฟังก่อนปฏิบัติมากมาย
นอกจากนั้นแล้ว ยังมีเรื่องของเดือน นักษัตร

คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 กุมภาพันธ์- 4 มีนาคม จะอยู่เดือนขาล
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 มีนาคม- 4 เมษายน จะอยู่เดือนเถาะ
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 เมษายน- 4 พฤษภาคม จะอยู่เดือนมะโรง
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 พฤษภาคม- 4 มิถุนายน จะอยู่เดือนมะเส็ง
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 มิถุนายน- 4 กรกฎาคม จะอยู่เดือนมะเมีย
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 กรกฎาคม- 4 สิงหาคม จะอยู่เดือนมะแม
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 สิงหาคม- 4 กันยายน จะอยู่เดือนวอก
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 กันยายน- 4 ตุลาคม จะอยู่เดือนระกา
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 ตุลาคม- 4 พฤศจิกายน จะอยู่เดือนจอ
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 พฤศจิกายน- 4 ธันวาคม จะอยู่เดือนกุน
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 ธันวาคม- 4 มกราคม จะอยู่เดือนชวด
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 มกราคม- 4 กุมภาพันธ์ จะอยู่เดือนฉลู
" เราจะเลือกลูกน้องต้องสัมพันธ์กับ เรา โดยเฉพาะปีเกิดสำคัญเป็นลำดับแรก ถ้าเดือนเกิดเขาสัมพันธ์กับเรา จะไขว้มาฮะกับเรา จะไขว้มาฮะเดือนเรา อย่างใด อย่างหนึ่ง เขาจะเกื้อกูลเราด้านการงาน เพื่อนเราที่รักกับเราเดือนเกิดจะต้องสัมพันธ์กัน ซึ่งจะเป็นเพื่อนรักที่ช่วยเหลือ กันอย่างจริงจัง แต่ถ้าสัมพันธ์กันโดยการ ชง มันจะมีอะไรที่ไม่ปกติ ในสามีภรรยา จะไม่มีลูกเลยหรือมีลูกแค่เพศเดียว คนเดียว"
"อาจารย์ธวัชพงศ์" บอกว่า ทุกอย่างมีความหมายที่แตกต่างกันทั้งปีเกิด เดือนเกิด วันเกิด และเวลาเกิด
ปีเกิด หมายถึง สุขภาพ ร่างกาย ความแข็งแรง
เดือนเกิด หมายถึง อาชีพการงาน ความสำเร็จในการงาน
วันเกิด หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชะตากับครอบครัว
เวลาเกิด หมายถึง ความรัก ความสมหวังในรัก
" หลายคนคิดว่าตอนนี้ปีฉลูแล้ว ไม่ใช่ตอนนี้ยังอยู่ในปีชวดอยู่ และสิ้นสุดปีชวดนั้นไม่ใช่ตรุษจีน แต่ตรุษจีนมันภาษาชาวบ้าน ตามโหราศาสตร์จะเปลี่ยนจากปีชวดเป็นฉลู วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เที่ยงคืน 45 นาที ถ้าเกิดเปลี่ยนปีใครที่ชงก็จะพ้น ใครที่ไม่ชงก็เตรียมชง ฉลู มะแม จอ มะโรง 4 ปีนี้จะชง และตัวที่ชงแรงๆ คือ มะแม 100 เปอร์เซ็นต์ ฉลู 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนจอกับมะโรง 25 25 เล็กๆ น้อยๆ ไม่ต้องไปสนใจ ท่านที่จะไปหาซินแซ ไปหาหมอดูว่า ปีนี้ผมจะเปลี่ยนดีไหม ปีนี้หนูจะเริ่มธุรกิจดีไหม เขาดูจากตรงนี้เป็นตัววัด ปีชง เดือนชง เริ่มอะไรไม่ได้ อยู่ตรงไหนกอดเก้าอี้เอาไว้ให้แน่นๆ"
"การเปลี่ยน แปลงในปีชงหรือเดือนชงนั้น อย่าลืมเดือนเกิดเราก็เป็นนักษัตร ถ้านักษัตรเราเป็นเดือนฉลู เราเกิดเดือนมกราคมหลังวันที่ 5 ปีหน้าปีฉลู เดือนเกิดเราเป็นฉลู เท่ากับเราชง ฉะนั้นเดือนเกิดเราชง เดือนเกิดคือการงานอาชีพ การเปลี่ยนแปลงยังไงก็ไม่ดี อยู่นิ่งๆ ดีที่สุด ปีไหนชง ใครมาชวนลงทุนทำอะไรบอกไปเลยว่าไม่ทำ แต่ละเดือนที่หมุนเวียนเข้ามาอย่างวันนี้วันที่ 22 มกราคม เรารู้เลยว่าเดือนนี้เป็นเดือนฉลู ใครที่เกิดเดือนกรกฎาคมจะเกิดความวุ่นวายใจในเรื่องการงาน เพราะเดือนนี้ชงกับเดือนเกิด ใครมาชวนทำอะไรใหม่ๆ ในเดือนนี้ไม่ทำ นั่นคือหลัก ท่านใช้หลักพวกนี้ในการเลือกสรรหรือใช้บริหารงาน HR บวกกับสิ่งที่ท่านรู้ ท่านจะคัดคนได้ดีทีเดียว"
ทั้งหมดคือเคล็ดลับ ในการคัดเลือกคนที่ "อาจารย์ธวัชพงศ์" ใช้มาตลอด ท่านจึงเชื่อว่าหากนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ ผู้นำองค์กรนำหลักการนี้ไปประยุกต์ใช้ในการคัดเลือกบุคลากร อนาคตขององค์กรย่อมเติบโตอย่างแข็งแกร่งแน่นอน
โดย วรวุธ เพ็งผลฉาย ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ณ ที่นี้ด้วยครับ
ล้วงลึก... "ศาสตร์โหงวเฮ้งกับงาน HR" เคล็ด (ไม่) ลับ ความสำเร็จเจ้าสัว CP
เป็น ที่โจษจันกันมานานว่า กลุ่ม ซี.พี.ของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ นั้น ให้ความสำคัญกับศาสตร์เรื่องโหงวเฮ้งในการคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงานมากเป็น อันดับต้นๆ ธุรกิจขององค์กรแห่งนี้จึงเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะทีมงานคุณภาพขององค์กรแห่งนี้ไม่ใช่แค่เปี่ยมไปด้วยความรู้ความสามารถ แต่บุคลิกลักษณะยังเหมาะกับตำแหน่งงานอย่างลงตัว ทำให้องค์กรแห่งนี้มีพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจ ไม่ว่าจะก้าวไปทางไหนความสำเร็จก็รออยู่ข้างหน้า
วันนี้ต้องยอมรับ ว่า แม้ทุกคนจะรับรู้ว่าศาสตร์ในเรื่องโหงวเฮ้งนั้นมีพลัง และมีความสำคัญในการดำเนินธุรกิจ แต่ความรู้และความเชี่ยวชาญในเรื่องเหล่านี้ก็ยังจำกัดอยู่ในกลุ่มคนไม่กี่ กลุ่มเท่านั้น การเปิดการบรรยายพิเศษของ "อาจารย์ธวัชพงศ์ ธนิตลิมปะพงศ์" ที่ปรึกษา บริษัท ซี.พี. เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในหัวข้อ "โหงวเฮ้งกับงาน HR ศาสตร์แห่งการ คัดเลือกบุคลากร" ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เมื่อเร็วๆ นี้จึงเป็นเสมือนการเปิดประตูให้คนได้เข้าใจศาสตร์เรื่องโหงวเฮ้งลึกซึ้ง มากขึ้น
ยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจขาลง การคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาเสริมความแกร่งขององค์กรดูจะเป็น เรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกองค์กร เรื่องนี้จึงอยู่ในความสนใจของคนในสังคมเป็นอย่างมาก
"สิ่งสำคัญใน การเลือกบุคลากรคือชะตาชีวิต เหมาะสมจะเริ่มต้นงานรึเปล่า เวลาคนมาสมัครงานอาจารย์จะถามวันเดือนปีเกิดโดยอาศัยหลักฮะ (เสริม สร้าง เกื้อกูล เพิ่มพูน) หลักชง (ทำลาย บั่นทอน ขัดแย้ง) เป็นตัวกำหนด
ปีที่ผ่านมา 2551 ใครปีชวด ปีมะเมีย ปีเถาะ ปีระกา ปีที่แล้ว 4 ปีนี้ชงเปรียบเหมือนชีวิตเดินอยู่บนทางขรุขระ บางคนชงปะทะแรงๆ
คำ ว่า ปะทะแรงๆ คือ ปีจะชง เดือนจะชง วันจะชง เพราะฉะนั้นหลักในการเลือกคนต้องอาศัยดวงชะตา เพราะว่าดวงชะตานั้นเปรียบเหมือนเส้นทาง ช่วงจังหวะการเปลี่ยนแปลง การงาน การเริ่มต้นนั้นเป็นช่วงที่ดี เหมือนทางที่ราบเรียบ เขามาอยู่กับเรา ดวงเขาดี เราก็ดีด้วยนั้นเป็นหลักหนึ่งในการเลือก
ไม่เพียงเท่านั้น ยังจะต้องใช้วันเดือนปีเกิดของเขามาเทียบกับคนที่เขาจะอยู่ด้วย ตัวอย่างคุณปิยะวัฒน์ เกิด 3 มิถุนายน 2496 เดือนมะเส็ง เราเห็นคนมาสมัครงาน เราจะทำรายงานตรงถึงคุณปิยะวัฒน์ มะเส็งต้องฮะกับอะไร วอก ระกา ฉลู เอาปีที่ประสานเลือกส่งไปให้คุณปิยะวัฒน์ ต้องเลือกก่อนว่าต้องปีที่สัมพันธ์กับนาย คนจีนแบ่งออกเป็น หลักฮะ หลักซาฮะ หลักซาคา แล้วก็หลักชง"
"อาจารย์ธวัชพงศ์" เปิดฉากอธิบายถึงความสำเร็จของชีวิตคนที่มีความสัมพันธ์กับวันเดือนปีเกิด และขยายความในเรื่องหลักฮะต่อไปว่าหมายถึง การประสานกันของสรรพสิ่ง 6 ประการซึ่งก่อให้เกิดการเสริมสร้าง เกื้อกูล เพิ่มพูน ดังนี้
- ประสานกับดวงจันทร์ (อิม) - ประสานกับดวงดาว
- ประสานกับดวงอาทิตย์ (เอี้ยง) - ประสานกันระหว่างครอบครัว- ประสานกับภูตผีปีศาจ - ประสานกับพลังแห่งที่ดิน (ตี่เล้ง)
ปีเกิดที่ "ฮะกัน" คือ
ปีชวดกับปีฉลู
ปีขาลกับปีกุน
ปีเถาะกับปีจอ
ปีมะโรงกับระกา
ปีมะเมียกับมะแม
ปีมะเส็งกับปีวอก
" ยกตัวอย่างเช่น คนที่ฮะกันไปไหนด้วยกันก็จะช่วยสร้างเสริม เกื้อกูลให้กันและกัน หรือใครที่ยังไม่ได้แต่งงานก็เลือกคนที่ฮะกับเรา แต่ถ้าคนแต่งงานไปแล้วถือว่าซื้อขาดกันแล้วไม่สามารถเปลี่ยนดวงได้ แต่ถ้าใครแต่งไปแล้วไม่ใช่กลับไปเลิกกับสามีภรรยา คือ คนที่แต่งงานกันต้องมีบุญเก่ารวมกัน ไม่ใช่แค่บุญอย่างเดียว กรรมด้วย เวรด้วย
มันร่วมกันถึงจะแต่งงานกันได้งั้นเราไม่มีโอกาสแต่งงานกันหรอก"
หลักซาฮะ "อาจารย์ธวัชพงศ์" ชี้ว่า ปีเกิดที่ "ซาฮะกัน" ประกอบด้วย
* ชวด-มะโรง-วอก
* ขาล-มะเมีย-จอ
* เถาะ-มะแม-กุน
* มะเส็ง-ระกา-ฉลู
" ยกตัวอย่างเช่น พ่อปีชวด แม่ปีมะโรง ลูกปีวอก ในครอบครัวใดครบ 3 ซาฮะก็จะรุ่งเรืองได้ถึง 3 ชั่วคน คือ รุ่นท่าน ท่านจะได้รับเลย รุ่นลูกของท่าน จนถึงรุ่นหลานของท่าน ส่วนรุ่นต่อไปจะดีอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับดวงชะตาของรุ่นหลาน แต่มีข้อแม้ห้ามมีลูกปีอื่นมาชง 1 ใน 3 ปีนี้ เช่น พ่อปีขาล แม่ปีมะเมีย ลูกปีจอ และมีลูกอีกเป็นปีกุนไม่เป็นอะไร เพราะฮะกันกับขาล แต่มีลูกเป็นปีวอก วอกมาชงกับขาล ซาฮะจะแตกไม่มีพลัง จึงได้เกิดพิธีกรรมยกลูกบุญธรรมเกิดขึ้น เรียกว่ายกลูกบุญธรรมอะไรแบบนี้ หรือเวลาเราจะเลือกลูกน้อง คนงาน เอาเข้าหลักฮะไม่ได้ก็เอาซาฮะกับเราก็ได้"
หลัก ซาคาหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า หลักสามขา "อาจารย์ธวัชพงศ์" บอกว่าสำคัญไม่แพ้หลักอื่นๆ หมายความว่า ถ้าบิดา มารดา และบุตรเกิดปีเดียวกันทั้ง 3 คน ครอบครัวนั้นจะมีความรุ่งเรืองได้ เช่น ชวด (หนู) 3 ตัว ขาล (เสือ) 3 ตัว ยกเว้นปีระกาปีเดียวที่คนในครอบครัวไม่ควรเกิดปีนี้ทั้ง 3 คน เพราะจะเกิดความขัดแย้งกันเอง ถ้าจะให้รุ่งเรืองต้องเป็นเลขคู่ เช่น ระกา (ไก่) 2 ตัว ระกา (ไก่) 4 ตัว
"หลักซาคาปีเดียวกัน พ่อกุน แม่กุน ลูกกุน รุ่งเรือง ร่ำรวยมากๆ มะโรง 3 ตัว ขาล 3 ตัวยิ่งใหญ่มากๆ ยกเว้นอย่างหนึ่งว่า ระกา 3 ตัว ห้ามอยู่ในครอบครัวเดียวกัน พ่อระกา แม่ระกา ลูกระกา 1 ใน 3 จะขี้โรค ล้มป่วยอย่างไม่มีเหตุผล"
มาถึงหลักชง "อาจารย์ธวัชพงศ์" แปลด้วยภาษาง่ายๆ ว่า คือการทำลาย การบั่นทอน ความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นได้กับคนที่เกิดปีชงกัน
ปีเกิดที่ชงกันตามศาสตร์ของอาจารย์ธวัชพงศ์ คือ
* ชวด-มะเมีย
* ฉลู-มะแม
* ขาล-วอก
* เถาะ-ระกา
* มะโรง-จอ
* มะเส็ง-กุน
" อาจารย์จะทำโน้ตไว้ข้างๆ พอคนมา สมัครงานแล้วดวงผู้บริหารเราต้องรู้ เพราะต้องเอาวันเดือนปีเกิดผู้บริหารเป็นตัวตั้ง ผู้บริหารคนนี้เกิดวันเดือนปีเกิดอะไรจะได้เลือกคนที่เหมาะสมส่งไปให้ได้ อาจารย์ต้องบอกไว้ก่อน
รายหนึ่งที่อาจารย์เคยเป็นที่ปรึกษา วันแรกๆ ที่อาจารย์เข้าไปเป็นที่ปรึกษา อาจารย์จะเข้าไปอาทิตย์ละครั้ง ภรรยา ที่ปรึกษาเกิดปีมะเมีย เขาถามอาจารย์ว่า "อาจารย์พูดถึงหลักฮะ หลักชงแล้วหนูชงกับปีอะไร"
อาจารย์ก็ตอบไปว่า "น้องชงกับปีชวดนะ"
พูด แค่นี้ก็คุยเรื่องงานอะไรกันต่อและเขาก็บินไปต่างประเทศ อาทิตย์ถัดมาอาจารย์ก็เข้าไปและเขาก็กลับมาจากต่างประเทศแล้วเขาก็เข้าตรงมา คุยกับอาจารย์
"อาจารย์หนูมีข่าวดีมาบอก คนปีชวดในโรงงานไม่เหลือแล้ว"
ไล่ ออกหมดทุกคนไม่ว่าจะเป็นใคร อาจารย์ตกใจและก็เสียใจที่ไม่ได้บอกให้เขาเข้าใจ คนที่ชงกับเราแค่ไม่เจอกับเราโดยตรงถือว่าใช้ได้ ถ้ามีคนคั่น ลูกน้องคนนี้ ชงเรา หาคนคั่นสักคนถือว่าโอเค ไม่จำเป็นต้องไล่ออกทั้งแผนก คนเหล่านั้นมีลูก มีครอบครัว จะเป็นบาป บางคนชงกันรักกันมากก็มี อย่างการเลือกคู่คนที่เป็นสามี ภรรยากันดวงจะต้องปีเกิดกับเดือนเกิดประสานกันถึงจะดีที่สุด ถึงจะเป็นคู่กัน ปีเกิด เดือนเกิดไม่สัมพันธ์กันเลยในที่สุดครอบครัวจะเกิดความขัดแย้งกัน แต่มีข้อแม้ว่าได้ลูกมาฮะพ่อ แม่ก็พออยู่ได้" "อาจารย์ธวัชพงศ์" เล่าถึงประสบการณ์ในการทำงานที่สะท้อนให้เห็นว่าศาสตร์ในเรื่องโหงวเฮ้งนั้น มีรายละเอียดที่ต้องฟังก่อนปฏิบัติมากมาย
นอกจากนั้นแล้ว ยังมีเรื่องของเดือน นักษัตร

คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 กุมภาพันธ์- 4 มีนาคม จะอยู่เดือนขาล
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 มีนาคม- 4 เมษายน จะอยู่เดือนเถาะ
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 เมษายน- 4 พฤษภาคม จะอยู่เดือนมะโรง
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 พฤษภาคม- 4 มิถุนายน จะอยู่เดือนมะเส็ง
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 มิถุนายน- 4 กรกฎาคม จะอยู่เดือนมะเมีย
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 กรกฎาคม- 4 สิงหาคม จะอยู่เดือนมะแม
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 สิงหาคม- 4 กันยายน จะอยู่เดือนวอก
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 กันยายน- 4 ตุลาคม จะอยู่เดือนระกา
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 ตุลาคม- 4 พฤศจิกายน จะอยู่เดือนจอ
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 พฤศจิกายน- 4 ธันวาคม จะอยู่เดือนกุน
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 ธันวาคม- 4 มกราคม จะอยู่เดือนชวด
คนที่เกิดในช่วงวันที่ 5 มกราคม- 4 กุมภาพันธ์ จะอยู่เดือนฉลู
" เราจะเลือกลูกน้องต้องสัมพันธ์กับ เรา โดยเฉพาะปีเกิดสำคัญเป็นลำดับแรก ถ้าเดือนเกิดเขาสัมพันธ์กับเรา จะไขว้มาฮะกับเรา จะไขว้มาฮะเดือนเรา อย่างใด อย่างหนึ่ง เขาจะเกื้อกูลเราด้านการงาน เพื่อนเราที่รักกับเราเดือนเกิดจะต้องสัมพันธ์กัน ซึ่งจะเป็นเพื่อนรักที่ช่วยเหลือ กันอย่างจริงจัง แต่ถ้าสัมพันธ์กันโดยการ ชง มันจะมีอะไรที่ไม่ปกติ ในสามีภรรยา จะไม่มีลูกเลยหรือมีลูกแค่เพศเดียว คนเดียว"
"อาจารย์ธวัชพงศ์" บอกว่า ทุกอย่างมีความหมายที่แตกต่างกันทั้งปีเกิด เดือนเกิด วันเกิด และเวลาเกิด
ปีเกิด หมายถึง สุขภาพ ร่างกาย ความแข็งแรง
เดือนเกิด หมายถึง อาชีพการงาน ความสำเร็จในการงาน
วันเกิด หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชะตากับครอบครัว
เวลาเกิด หมายถึง ความรัก ความสมหวังในรัก
" หลายคนคิดว่าตอนนี้ปีฉลูแล้ว ไม่ใช่ตอนนี้ยังอยู่ในปีชวดอยู่ และสิ้นสุดปีชวดนั้นไม่ใช่ตรุษจีน แต่ตรุษจีนมันภาษาชาวบ้าน ตามโหราศาสตร์จะเปลี่ยนจากปีชวดเป็นฉลู วันที่ 4 กุมภาพันธ์ เที่ยงคืน 45 นาที ถ้าเกิดเปลี่ยนปีใครที่ชงก็จะพ้น ใครที่ไม่ชงก็เตรียมชง ฉลู มะแม จอ มะโรง 4 ปีนี้จะชง และตัวที่ชงแรงๆ คือ มะแม 100 เปอร์เซ็นต์ ฉลู 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนจอกับมะโรง 25 25 เล็กๆ น้อยๆ ไม่ต้องไปสนใจ ท่านที่จะไปหาซินแซ ไปหาหมอดูว่า ปีนี้ผมจะเปลี่ยนดีไหม ปีนี้หนูจะเริ่มธุรกิจดีไหม เขาดูจากตรงนี้เป็นตัววัด ปีชง เดือนชง เริ่มอะไรไม่ได้ อยู่ตรงไหนกอดเก้าอี้เอาไว้ให้แน่นๆ"
"การเปลี่ยน แปลงในปีชงหรือเดือนชงนั้น อย่าลืมเดือนเกิดเราก็เป็นนักษัตร ถ้านักษัตรเราเป็นเดือนฉลู เราเกิดเดือนมกราคมหลังวันที่ 5 ปีหน้าปีฉลู เดือนเกิดเราเป็นฉลู เท่ากับเราชง ฉะนั้นเดือนเกิดเราชง เดือนเกิดคือการงานอาชีพ การเปลี่ยนแปลงยังไงก็ไม่ดี อยู่นิ่งๆ ดีที่สุด ปีไหนชง ใครมาชวนลงทุนทำอะไรบอกไปเลยว่าไม่ทำ แต่ละเดือนที่หมุนเวียนเข้ามาอย่างวันนี้วันที่ 22 มกราคม เรารู้เลยว่าเดือนนี้เป็นเดือนฉลู ใครที่เกิดเดือนกรกฎาคมจะเกิดความวุ่นวายใจในเรื่องการงาน เพราะเดือนนี้ชงกับเดือนเกิด ใครมาชวนทำอะไรใหม่ๆ ในเดือนนี้ไม่ทำ นั่นคือหลัก ท่านใช้หลักพวกนี้ในการเลือกสรรหรือใช้บริหารงาน HR บวกกับสิ่งที่ท่านรู้ ท่านจะคัดคนได้ดีทีเดียว"
ทั้งหมดคือเคล็ดลับ ในการคัดเลือกคนที่ "อาจารย์ธวัชพงศ์" ใช้มาตลอด ท่านจึงเชื่อว่าหากนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ ผู้นำองค์กรนำหลักการนี้ไปประยุกต์ใช้ในการคัดเลือกบุคลากร อนาคตขององค์กรย่อมเติบโตอย่างแข็งแกร่งแน่นอน
Friday, January 23, 2009
Face You Can Trust
Tweet
นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัย Princeton ได้เปิดเผยผลการสำรวจ ว่าหน้าตาของคนเราแบบไหนที่พอเห็นครั้งแรกก็จะรู้สึกน่าเชื่อใจ และแบบไหนที่เกิดความรู้สึกไม่ไว้วางใจตั้งแต่เห็นหน้าเป็นครั้งแรก
จากการสำรวจพบว่าโครงสร้างของคิ้ว รูปหน้า คาง จมูก ล้วนมีผลให้สมองของเราตัดสินว่าบุคคลใดน่าเชื่อถือขนาดไหน ในทันทีที่เห็นหน้าเป็นครั้งแรก
จากภาพใบหน้าคนด้านซ้ายคือคนที่ไม่น่าไว้วางใจ ส่วนภาพด้านขวาเป็นภาพของคนที่น่าไว้ใจครับ
จากการสำรวจพบว่าโครงสร้างของคิ้ว รูปหน้า คาง จมูก ล้วนมีผลให้สมองของเราตัดสินว่าบุคคลใดน่าเชื่อถือขนาดไหน ในทันทีที่เห็นหน้าเป็นครั้งแรก
จากภาพใบหน้าคนด้านซ้ายคือคนที่ไม่น่าไว้วางใจ ส่วนภาพด้านขวาเป็นภาพของคนที่น่าไว้ใจครับ
Monday, January 5, 2009
What Does Your Belly Button Say About You?
Tweet
อวัยวะที่อยู่ตรงจุดศูนย์กลางของร่างกายเรา ก็คือสะดือนั่นเอง หลังจากคลอดจากท้องของแม่แล้ว ก็นึกไม่ออกว่าสะดือใช้ทำประโยชน์อะไรได้บ้่าง แต่ที่รู้วันนี้ก็คือสะดือใช้ทายนิสัยของเราได้ ถ้าสนใจก็ click ไปที่: http://www.blogthings.com/whatdoesyourbellybuttonsayaboutyouquiz/ ตอบคำถามเกี่ยวกับลักษณะสะดือของเรา เพียงไม่กี่ข้อ แล้วอ่านคำทำนายนิสัยของเราได้ทันที แม่นพอสมควรถ้าตอบตามความจริงครับ
You Are Trusted |
You are down to earth, humble, and honest. You are likely to be in excellent mental and physical health. It's likely that you will have two or three children. You can conceive pretty easily. You are not easily moved. You are very stoic and not though of as an emotional person. You are very detail oriented and tidy. Some may even call you obsessive. You are quite conservative. You are neither a flirter or a flaunter. |
Thursday, November 13, 2008
The Ultimate Color Test: ทำนายนิสัยจาก shade สีที่เลือก
Tweet
หลายๆ คนเชื่อกันว่า สีที่เราชอบสามารถบ่งบอกตัวตนและนิสัยของเราได้ ถ้าสนใจจะทดสอบว่าสีบอกได้ขนาดนั้นจริงหรือไม่ ก็ลอง click ที่: http://www.blogthings.com/theultimatecolortest/
เพียงเลือก shade สีที่ถูกใจเรามากที่สุดของสีหลัก 5 สี คือ น้ำเงิน แดง เขียว เหลือง และม่วง แล้วอ่านคำทำนายดูว่าตรงกับตัวตนของเราจริงหรือเปล่า?
เพียงเลือก shade สีที่ถูกใจเรามากที่สุดของสีหลัก 5 สี คือ น้ำเงิน แดง เขียว เหลือง และม่วง แล้วอ่านคำทำนายดูว่าตรงกับตัวตนของเราจริงหรือเปล่า?
The Ultimate Color Test |
When you are at peace, you are: Thoughtful and sensitive When you are moved to act, you are: Giving and warm When you are inspired, you are: Flexible and experimental When your life is perfectly balanced, you are: Connected to nature and the world Your life's purpose is: To change the world |




