Tips and How To in Everyday Life!

Saturday, July 23, 2011

ทำอย่างไรให้ได้ขนมปังปิ้งที่สมบูรณ์แบบที่สุด - The Perfect Piece Of Toast



วันนี้ผมขออนุญาตนำผลการวิจัยเกี่ยวกับขนมปังปิ้ง (Toast) อาหารมื้อเช้าสุดโปรดของหลายๆ คน มาฝากพวกเราครับ

Dr Dom Lane ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับขนมปังชาวอังกฤษ ได้ทำการสำรวจจากอาสาสมัคร  เพื่อจะหาว่าขนมปังปิ้งที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุดเป็นเช่นไร  ซึ่งจากผลการสำรวจพบว่าคุณสมบัติของขนมปังปิ้งที่ดีที่สุดมีดังนี้
  • ปิ้งด้วยความร้อน 154 องศา Celsius นาน 216 วินาที
  • ความหนาของชิ้นขนมปังอยู่ที่ 14 มม.
  • ทาเนยด้วยปริมาณ 0.44 กรัมต่อพื้นที่ขนมปัง 1 ตารางนิ้ว 
  • ขนมปังที่จะนำมาปิ้ง  ควรนำออกจากตู้เย็นที่ความเย็น 3 องศา Celsius และปิ้งทันที
  • ไม่ควรปิ้งขนมปังบนเตาแต่ควรใช้เครื่องปิ้งขนมปังเพื่อให้ได้ความกรอบเท่ากับทั้ง 2 ด้าน
  • ทาเนยทันทีที่ปิ้งขนมปังเสร็จ
  • ตัดขนมปังปิ้งแบบแทยงมุม เพื่อให้ได้ขนมปังป้งชิ้นสามเหลี่ยมพอเหมาะแก่การส่งเข้าปาก
  • เสิร์ฟในจานที่อุ่นให้ได้อุณหภูมิ 45 องศา Celsius ซึ่งจะใกล้เคียงกับอุณหภูมิของชิ้นขนมปังปิ้งที่ทาเนยแล้ว



ด้วยวิธีนี้จะทำให้ได้ขนมปังปิ้งที่มีสีเหลืองทองและเนื้อภายนอกของขนมปังปิ้งกรอบกว่าเนื้อขนมปังด้านในที่อัตรา 12:1 ซึ่งเป็นขนมปังที่อาสาสมัครจำนวน 1,913 คนถูกใจที่สุดครับ

ที่มา: http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2017338/The-perfect-piece-toast-Scientists-test-2-000-slices-216-seconds-optimum-time.html?ITO=1490

Wednesday, July 13, 2011

อาหารที่มีผลลดน้ำหนัก - เพิ่มน้ำหนัก



เมืื่อไม่นานมานี้ นักวิจัยด้านโภชนาการได้เสนอบทความการทดลอง เกี่ยวกับอาหารบางชนิดที่มีผลต่อการเพิ่มและลดน้ำหนัก ซึ่งผลการทดสอบพบว่าอาหารที่มีผลต่อการลดน้ำหนักก็คือ เมล็ดพืชเปลือกแข็งกระเทาะเปลือก เช่น อัลมอนต์และถั่วประเภทต่างๆ จากการทดสอบยังพบว่าการทานอาหารบางกลุ่มต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ นับปี มีผลกับการเพิ่มน้ำหนักตัวอย่างชัดเจน เช่นมันฝรั่งทอดและเครื่องดื่มผสมน้ำตาล

การทานมันฝรั่งทอดเป็นประจำนาน 4 ปีมีส่วนทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 0.77 กิโลกรัม ในทางกลับกันการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า การทานเมล็ดพืชเปลือกแข็งกระเทาะเปลือก อย่างอัลมอนต์และถั่วต่างๆ ต่อเนื่องนาน 4 ปี มีส่วนทำให้น้ำหนักตัวลดลง 0.26 กิโลกรัม แต่มีข้อแม้ว่าอัลมอนต์และถั่วต้องทานเฉพาะถั่วเท่านั้น อย่าเผลอทานถั่วเคลือบช็อคโกแลตซึ่งจะกลายเป็นเพิ่มน้ำหนักไป นอกจากนี้การทานโยเกิร์ตต่อเนื่องนาน 4 ปี ก็มีผลให้น้ำหนักลดลง 0.37 กิโลกรัม

เมล็ดพืชเปลือกแข็งกระเทาะเปลือกมีไฟเบอร์ โปรตีน และไขมันชนิดดีค่อนข้างสูง ทำให้อิ่มมากขึ้น อิ่มนานขึ้น และทานอาหารอื่นได้น้อยลง ส่วนโยเกิร์ตมีโปรตีนค่อนข้างสูงและมีจุลินทรีย์ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพและช่วยลดจุลินทรีย์ที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ

เมล็ดพืชเปลือกแข็งในไทยที่มีราคาไม่แพงและมีโครงสร้างคล้ายกับเมล็ดพืชเปลือกแข็งของต่างประเทศ คือมีโปรตีน ไฟเบอร์ และไขมันดีค่อนข้างสูง ก็คือถั่วลิสง แต่การปรุงด้วยวิธีทอดซึ่งใช้ความร้อนสูงอาจทำให้ไขมันดีเสื่อมสภาพ ทางเลือกที่ดีก็คือถั่วลิสงต้ม ส่วนโยเกิร์ตควรเลือกชนิดไขมันต่ำเสริมเส้นใยจากเนื้อผลไม้

การทานอาหารในปริมาณเท่าเดิมและเพิ่ม 'อาหารสุขภาพ' เหล่านี้ อาจช่วยลดน้ำหนักไ้ด้ไม่มาก วิธีที่ดีที่สุดคือทานอาหารสุขภาพนี้ ในปริมาณไม่มากนักแทนอาหารประจำ 1 มื้อต่อวัน และลดอาหารทอดต่างๆ  ไม่นานเราก็จะเห็นน้ำหนักตัวลดลงทีละน้อยอย่างมีสุขภาพดี

ที่มา: บทความจากศูนย์ผู้บริโภค ซีพีเอฟ ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 14 - วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม 2554




Saturday, July 9, 2011

แก้เหงาด้วยการอาบน้ำอุ่น

เมื่อรู้สึกเหงา หลายๆ คนแก้เหงาด้วยการสังสรรค์พบปะผู้คน, พูดคุยกับเพื่อนฝูง, ทำสมาธิ ,ออกกำลังกาย ฯลฯ เชื่อมั้ยครับว่าการอาบน้ำอุ่นก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยคลายความเหงาให้เราได้



นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Yale ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิจัยเรื่องนี้โดยใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 15 - 65 ปี โดยให้ทุกคนจดบันทึกทุกวันถึงความรู้สึกก่อนหน้าและหลังจากอาบน้ำ จากการศึกษาอย่างต่อเนื่องพบว่า ความรู้สึกเหงาจะลดลงเมื่อได้อาบน้ำอุุ่น ยิ่งใช้เวลาในการอาบน้ำอุ่นนานมากขึ้นความเหงาก็จะลดลงตามไปด้วย นักวิจัยคณะนี้เชื่อว่าความรู้สึกอบอุ่นเมื่ออยู่กับเพื่อนและครอบครัว กับความรู้สึกอบอุ่นที่ร่างกายได้รับจากการอาบน้ำอุ่น มีความเชื่อมโยงกันตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์  การวิจัยครั้งนี้สอดคล้องกับการวิจัยที่ทำในประเทศแคนาดา ซึ่งพบว่าผู้ที่กำลังเหงาจะรู้สึกว่าร่างกายเย็นลงกว่าปกติ ผลการศึกษานี้จะมีส่วนช่วยในการหาวิธีรักษาโรคซึมเศร้าและโรคทางจิตชนิดอื่นๆ

ความเหงาไม่เข้าใครออกใครนะครับ พวกเราที่รู้สึกเหงาจะลองแก้เหงาด้วยการอาบน้ำอุ่นก็ได้นะครับ!

ที่มา: http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-2007555/How-soaking-warm-bath-stop-feeling-lonely.html?ITO=1490





Saturday, July 2, 2011

การเดินเร็วเพิ่มขนาดของสมองและความจำ - Walking Increses Brain Size and Boost Memory!



โรคสมองเสื่อมกลายเป็นปัญหาสำคัญของโลกยุคปัจจุบัน เนื่องจากคนเรามีอายุยืนยาวขึ้นกว่าเดิมมาก สวนทางกับการทำงานของสมองซึ่งลดประสิทธิภาพลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น  ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต่างหาวิธีรับมือกับปัญหานี้อย่างจริงจัง

Lifehacker ได้นำเสนอวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองให้ดีขึ้น ซึ่งวิธีง่ายๆ ก็คือการออกกำลังกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยการเดินเร็ว

งานวิจัยครั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ใช้ผู้สูงอายุที่ไม่เคยออกกำลังกาย 60 คน  ซึ่งมีอายุระหว่าง 60 - 80 ปี  โดยทำการ Scan สมองผู้สูงอายุเหล่านี้ด้วยวิธี MRI ก่อนจะเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายด้วยการเดินเร็วๆ วันละ 40 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ติดต่อกันเป็นเวลา 1 ปี เมื่อทำการ Scan สมองอีกครั้ง พบว่าสมองส่วน hippocampus ของผู้สูงอายุเหล่านี้เพิ่มขนาดขึ้นจากก่อนหน้านี้ประมาณ 2% นอกจากนี้ยังพบว่าความจำของผู้สูงอายุเหล่านี้ดีขึ้นกว่าเดิม  และเมื่อเปรียบเทียบกับผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นก็พบว่าการเดินเร็วได้ผลดีที่สุด นับเป็นครั้งแรกที่พบว่าสมองของผู้สูงอายุสามารถขยายขนาดขึ้น

ใครที่อยากมีความจำดีๆ จะลองออกกำลังกายด้วยการเดินเร็วๆ ก็ไม่เสียหลายนะครับ