Tips and How To in Everyday Life!

Thursday, March 26, 2009

Makeup For Glasses - สาธิตการแต่งหน้าสำหรับสาวสวมแว่น

Clip ที่นำมาฝากพวกเราวันนี้ เป็นการสาธิตวิธีการแต่งหน้าสำหรับสุภาพสตรีที่สวมแว่นตาครับ

Wednesday, March 25, 2009

Love At First Sight - อาจเป็นได้ถ้าชายสบตาหญิงนานเกิน 8.2 วินาที

รักแรกพบมีโอกาสเกิดขึ้นจริงหรือไม่  จากการศึกษาพบว่า ถ้าเพศชายสบตาเพศหญิงเกิน 8.2 วินาที แสดงความเขาเริ่มมีความรู้สึกถูกใจฝ่ายหญิงเข้าแล้ว!


ผลการศึกษาจากอาสาสมัครนักศึกษาทั้งชายและหญิงจำนวน 115 คน โดยการให้พูดคุยกับดาราชายและหญิงที่ทีมงานได้เตรียมไว้ ในขณะเดียวกันก็มีการแอบติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อดูปฏิกิริยาทางสายตาของบรรดาอาสาสมัคร ที่เกิดขึ้นระหว่างการพูดคุยกับดารา หลังจากนั้นก็ให้นักศึกษาเหล่านี้ จัด rate ความดึงดูดใจของดาราที่พวกเขาได้พูดคุยด้วย

ผลจากการศึกษาพบว่า  นักศึกษาชายจะใช้เวลาในการสบตากับดาราหญิงที่พวกเขารู้สึกถูกใจหรือนิยมชมชอบ นานโดยเฉลี่ย 8.2 วินาที ในขณะที่จะใช้เวลาสบตากับดาราหญิงที่พวกเขาไม่ได้รู้สึกถูกใจเป็นพิเศษเพียง 4.5 วินาทีเท่านั้น

สำหรับในนักศึกษาหญิงกลับไม่พบความแตกต่าง ในการมองสบตากับดาราชายที่ชื่นชอบ กับดาราชายที่ไม่ได้รู้สึกชื่นชอบแต่อย่างใด

คณะศึกษาให้เหตุผลที่ได้จากการสำรวจว่า เพศชายจะใช้สายตาเป็นจุดเริ่มต้นในการมองหาคู่ที่เหมาะสม เพื่อสืบเนื่องเผ่าพันธ์  ในขณะทีเ้พศหญิงจะมีความระมัดระวังโดยธรรมชาติ เนื่องจากเป็นผู้อุ้มท้องและเลี้ยงดูเด็ก

ที่มา: http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-1164600/Love-sight-Only-youve-got-8-2secs-appeal.html?ITO=1490

Tuesday, March 24, 2009

How People Count Cash - สารพัดวิธีการนับธนบัตร

วิธีการนับธนบัตร แตกต่างกันไปตามความถนัดส่วนบุคคล  แต่จะว่าไปแล้วการนับธนบัตรก็คล้ายกับวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ  เพราะคนส่วนใหญ่ (ไม่ทุกคน) ในแต่ละประเทศก็จะมีวิธีการนับธนบัตรที่เหมือนกัน  เรามาชมสารพัดวิธีการนับธนบัตรจากทั่วโลกกันครับ


Saturday, March 21, 2009

Sunscreen - ครึมกันแดดมีประโยชน์อย่างไร และวิธีใช้ครึมกันแดดอย่างถูกวิธี

อากาศร้อน แดดแผดเผาเช่นนี้จำเป็นต้องพึ่งตัวช่วยพิเศษแล้ว ตัวช่วยที่ว่านี้ก็คือ "ครีมกันแดด"

ในปัจจุบันมีครีมกันแดดให้เลือกมากมายหลากยี่ห้อ หลายชนิด แถมยังมีตัวพ่วงนามสกุลลงท้ายที่แตกต่าง เรียกว่าทำเอางงเวลาที่จะเลือกหามาใช้งาน  มารู้จักครีมกันแดดกันดีกว่า



ครีมกันแดดจะทำหน้าที่ป้องกันรังสีจากแสงแดดที่มีทั้ง รังสี UVB หรือรังสีอัลตราไวโอเลต, UVA และรังสีที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (visible light) ซึ่งรังสีทั้งหมดจะส่งผลทำอันตรายต่อผิว UVA ทำลายคอลลาเจนทำให้ผิวเสื่อม เหี่ยวย่น UVB ทำให้ผิวไหม้แดด ผิวดำ และทำให้เกิดมะเร็งของผิวหนัง

ตัวครีมกันแดดจะมีสารป้องกันได้ 2 แบบ โดยการ "ดูดแสง" (chemical sunscreen) และ "สะท้อนแสง" (physical sunscreen)
  • สารดูดแสงจะดูดแสงแล้วเปลี่ยนแสงให้เป็นพลังงานความร้อน ป้องกันไม่ให้แสงผ่านลงไปในชั้นผิวหนัง ซึ่งบางชนิดจะสามารถซับแสง UVA  หรือ UVB ได้ หรือได้ทั้ง UVA, UVB แต่ไม่สามารถปกป้อง visible light ได้ 
  • สารสะท้อนแสง สารกลุ่มนี้จะใช้วิธีการสะท้อนแสงออกไปจากผิว ซึ่งสามารถปกป้องได้ทั้ง UVA, UVB และ visible light

การ เลือกครีมกันแดดนั้นควรเลือกครีมที่มีสารกันแดดชนิดสะท้อนแสง UVA, UVB และ visible light ปนกัน อีกทั้งควรมีความเข้มข้นของสารแต่ละตัวอย่างพอเหมาะ ไม่มากไปหรือน้อยจนเกินไป และเพื่อได้ประสิทธิภาพสูงสุดควรดูค่าของครีมนั้นๆ ด้วยค่าที่ว่านี้จะมีคำว่า SPF และ PA กำกับอยู่

SPF เป็นค่าวัดประสิทธิภาพของสารกันแดดที่กัน UVB เท่านั้น เป็นค่าบอกว่าจะอยู่กลางแดดนานแค่ไหนโดยไม่ทำให้ผิวไหม้หรือแสบร้อน เช่น SPF15 หมายถึง ครีมกันแดดนั้นป้องกัน UVB ได้ถึง 15 เท่าเทียบกับผิวที่ไม่ได้ทาครีมกันแดดที่จะไหม้แดดเอาในตอน 15-30 นาที เท่ากับว่าเมื่อทา SPF15 จะสามารถอยู่กลางแดดได้นานขึ้น 15 เท่า หรือ 3-4 ชั่วโมง

PA เป็นค่าที่ใช้วัดประสิทธิภาพของสารกันแดดที่กันรังสี UVA โดยมักจะมีสัญลักษณ์บอกให้รู้เป็น-ระดับ คือ PA+/PA++/PA+++ ซึ่ง PA+ ก็เพียงพอในการทำกิจกรรมเกือบทุกประเภท แต่หากต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานานก็ควรเลือก PA++ หรือสูงขึ้นไปอีก

ส่วนวิธีการใช้นั้น แค่ใช้ครีมปริมาณราวเมล็ดถั่วแต้มไปตามจุดต่างๆ บนใบหน้าแล้วเกลี่ยให้ทั่ว รวมไปถึงตามอวัยวะที่มีโอกาสถูกแดด อย่าลืมว่าควรทาครีมกันแดดก่อนจะออกแดดราวครึ่งชั่วโมง เพื่อให้ครีมกันแดดเกาะติดผิวจะได้ป้องกันจากฤทธิ์ของแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา: Variety Health หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

Friday, March 20, 2009

สาเหตุของท้องผูกและวิธีแก้ไขด้วยสมุนไพร

ท้องผูกเป็นอาการที่พบในหลายๆ คน โดยเฉพาะในภาวะปัจจุบันที่หลายคนต้องเร่งรีบ แข่งขัน ทำให้เกิดความเครียดส่งผลให้ระบบขับถ่ายแปรปรวน




ส่วนมากอาการท้องผูกมักมีสาเหตุ มาจากการรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อยและขาดการออกกำลังกาย ท้องผูกมีลักษณะอาการ 2 แบบ คือท้องผูกแบบอ่อนแรง จะทำให้ ลำไส้ไม่มีแรงบีบตัว เกิดจากการ กินอาหารที่มีกากใยน้อยและดื่ม น้ำน้อย หรืออาจเกิดจากการออกกำลังกายไม่เพียงพอ ส่วนท้องผูกแบบหดเกร็ง ลำไส้ใหญ่จะบีบตัว ไม่สม่ำเสมอ ทำให้ขับถ่ายผิดปกติ อาจเกิดจากปัญหาทางด้านจิตใจ หรือระบบประสาท สูบบุหรี่จัด หรือกินอาหารที่ทำให้ลำไส้ใหญ่ระคายเคืองหรืออุดตัน

อาการท้องผูก สามารถรักษาหรือแก้ไขได้ด้วยสมุนไพรไทย หลายชนิด หนังสือ "สมุนไพรกินได้ หายป่วย" แนะนำ ใบอ่อน ดอกตูมและแก่นของขี้เหล็ก วิธีใช้ นำใบอ่อนประมาณ 2-3 กำมือ ต้มกับน้ำ 1-1.5 ถ้วย เติมเกลือ เล็กน้อย ดื่มก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว แต่ถ้าบ้านใครมีต้นคูน สามารถนำเนื้อหุ้มเมล็ดสีดำของคูน (มีกลุ่มสารแอนทราคิวโนน ซึ่งมีสรรพคุณเป็นยาระบาย) โดยใช้ขนาดก้อนเท่าหัวแม่มือ หรือ ประมาณ 4 กรัม ต้มกับน้ำ ใส่เกลือเล็กน้อย ดื่มก่อนนอน

โชคดีครับ ที่ทั้งขี้เหล็กและคูนไม่ได้อยู่ในลิสต์ 13 สมุนไพรอันตราย

ข้อมูลจาก D Life หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

Wednesday, March 18, 2009

วิธีเก็บรักษาอาหารในตู้เย็นให้ได้คุณค่าสูงสุด: Refrigerator's Tips

หากเราเป็นคนที่นิยมซื้ออาหารสดประเภทผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ รวมทั้งอาหารอื่นๆ เช่นนมและผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ รวมถึงเครื่องดื่มชนิดต่างๆ มาเก็บไว้ในตู้เย็นคราวละมากๆ ก็ควรเลือกเก็บอาหารเหล่านี้ในช่องที่มีอุณหภูมิเหมาะสมกับอาหารประเภทนั้นๆ  และควรจะเก็บไว้ในระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อช่วยรักษาอาหารให้สดใหม่ไม่เน่าเสีย อีกทั้งยังคงคุณค่าวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ไว้ได้  โดยมีวิธีง่ายๆตามนี้



  • ผักสด และผลไม้ ล้างให้สะอาดและผึ่งให้สะเด็ดน้ำ นำผักหรือผลไม้ใ่ถุงพลาสติกใส เจาะรูเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และเก็บไว้ในช่องล่างสุดของตู้เย็น ซึ่งจะมีอุณหภูมิประมาณ 10 องศาเซลเซียส ไม่ควรแช่ผัก ผลไม้ไว้ในช่องที่มีอุณหภูมิต่ำกว่านี้ เพราะจำทำให้วิตามินและแร่ธาตุถูกทำลายได้ ผลไม้บางชนิดก็ไม่เหมาะจะแช่เย็น เช่นกล้่วยหอม และส้ม เพราะความเย็นจะทำให้เนื้อช้ำและรสชาดไม่อร่อย
  • เนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ  เนื้อสัตว์เป็นอาหารที่เน่าเสียได้เร็ว เพราะเมืองไทยมีอากาศร้อน เหมาะในการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นต้นเหตุของการเน่าเสีย เราควรเก็บเนื้อสัตว์ไว้ในช่องด้านล่างของช่องแช่แข็ง ซึ่งจะมีอุณหภูมิประมาณ 0-2 องศาเซลเซียส หรือจะใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่มีฝาปิดอย่างมิดชิด และแช่ไว้ในช่องแช่แข็ง ซึ่งจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ซึ่งจะช่วยให้การเก็บอาหารประเภทนี้ได้ยาวนานขึ้น
  • นมและผลิตภัณฑ์จากนม  เหมาะที่จะเก็บไว้ที่อุณหภูมิประมาณ 5 องศาเซลเซียส  ซึ่งก็คือบริเวณส่วนกลางของตู้เย็น บริเวณส่วนกลางของตู้เย็นยังเหมาะสำหรับการเก็บอาหารทุกประเภท ที่มีคำแนะนำให้เก็บไว้ในที่เย็นหลังจากเปิดใช้แล้วอีกด้วย
  • เครื่องดื่ม เหมาะสำหรับเก็บที่อุณหภูมิประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส ซึ่งได้แก่ชั้นบริเวณประตูของตู้เย็น
  • ไข่  ควรเก็บไว้ในช่องเก็บไข่ซึ่งอยู่ด้านบนสุดของชั้นประตูตู้เย็น
สำหรับระยะเวลาในการจัดเก็บอาหารที่เหมาะสม หากเป็นผักและผลไม้่เก็บได้ 1-3 วัน เนื้อสัตว์ในช่องแช่แข็งเก็บได้นาน  2-3 สัปดาห์ ไข่อยู่ได้ประมาณ 3 สัปดาห์นับจากวันผลิต นอกจากนี้เรายังควรหมั่นสำรวจวันหมดอายุของอาหารที่เก็บไว้ในตู้เย็น และไม่ควรเก็บอาหารไว้มากเกินไป จนการถ่ายเทอากาศในตู้เย็นเป็นไปอย่างลำบาก  ข้อสำคัญอีกอย่างก็คืออย่างวางอาหารปรุงสุกแล้วและอาหารที่ยังไม่ได้ปรุงไว้ด้วยกัน เพื่อไม่ให้แบคทีเรียปนเปื้อนมายังอาหารที่ปรุงสุกแล้ว

ข้อมูลจากศูนย์ผู้บริโภค CPF

Tuesday, March 17, 2009

First UK eBay Millionaire: เศรษฐีเงินล้านจากการทำธุรกิจ eBay

เมื่อ 10 ปีก่อน (ค.ศ.1999) Mark Radcliffe ได้อ่านบทความเกี่ยวกับการทำธุรกิจ Online กับ eBay เขาตัดสินใจเปิดร้าน eBay Shop สั่งสินค้าผ่านทาง Online จาก eBay มาจำหน่าย Mark Radcliffe ใช้เงิน 200 ปอนด์ที่เขาเก็บสะสมระหว่างทำงานเป็น manager trainee อยู่ที่ห้าง Tesco

eBay Shop ของ Mark Radcliffe เปิดดำเนินการเป็นครั้งแรกโดยอาศัยบ้านของพ่อแม่เป็นสำนักงานติดต่อ และสวนหน้าบ้านก็ถูกดัดแปลงเป็นโกดังเก็บสินค้าเล็กๆ  ใครจะคาดว่าร้านเล็กๆ ของเขาจะประสพความสำเร็จเกินคาด  ในปี 2003  กิจการของ  Mark Radcliffe ไปได้สวยจนต้องขยายกิจการไปอยู่ที่ Merseyside พร้อมกับคลังสินค้าขนาด 10,000 ตารางฟุต  และในปี 2005 Mark Radcliffe ก็จดทะเบียนกิจการของเขาภายใต้ชื่อ First2save  จำหน่ายสินค้านานาชนิดที่ประมูลจาก eBay  ทุกวันนี้เขาสั่งสินค้าจาก eBay เดือนละ 36,000 รายการ  ซึ่งเป็นสถิติสูงที่สุดในประเทศอังกฤษ และเป็นอันดับ 6 ในโลก




First2save ของ Mark Radcliffe มีสินค้าถึง 3,700 ชนิดและใช้พนักงาน 19 คน ทำยอดขายได้ปีละ 3 ล้านปอนด์  แต่เจ้าตัววางแผนจะขยายพื้นที่เป็น 30,000 ตารางฟุต ใช้พนักงาน 34 คน และสั่งสินค้าเดือนละ 50,000 รายการ  ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นอันดับหนึ่งของผู้ขายสินค้าจาก eBay ทั่วโลก

ด้วยวัย 30 ปี Mark Radcliffe แต่งงานและเพิ่งมีบุตรสาววัย 1 ปี แต่เป็นเศรษฐีเงินล้าน มีบ้านราคา 700,000 ปอนด์ รถ Ferrari ราคา 150,000 ปอนด์ และ Aston Martin ราคา 120,000 ปอนด์  เขาบอกว่า  Internet ช่วยให้ทุกคนมีโอกาสประสพความสำเร็จโดยไม่ต้องใช้ทุนมากมายนัก แต่ต้องแลกมาด้วยการทำงานหนักและความตั้งใจจริง รวมถึงการติดตามเทคโนโลยี่ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นให้ทัน

ที่มา: http://www.dailymail.co.uk/news/article-1162184/First-eBay-millionaire-Ten-year-rise-tycoon-started-garden-shed.html?ITO=1490

Monday, March 16, 2009

World's First Robotic Model: นางแบบหุ่นยนต์รายแรกของโลก

 HRP-4C คือหุ่นยนต์ที่สร้างเลียนแบบมนุษย์  มีมอเตอร์ 30 ชิ้น ทำให้สามารถเดิน เคลื่อนไหว และแกว่งมือไปมาเหมือนกับมนุษย์ และมอเตอร์อีก 8 ชิ้นบริเวณใบหน้าเพื่อให้สามารถแสดงความรู้สึก แปลกใจ ดีใจ หรืออาการโกรธ ได้เหมือนกับที่มนุษย์ทั่วไปทำได้  พัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น







หุ่นยนต์ตัวนี้มีความสูง 5 ฟุต 2 นิ้ว ซึ่งเป็นมาตรฐานความสูงของหญิงชาวญี่ปุ่น  เนื่องจากการพัฒนาหุ่นยนต์ให้ใกล้เคียงกับมนุษย์ เพิ่งเริ่มได้ไม่นาน ทำให้ HRP-4C ยังเดินแบบหุ่นยนต์ ไม่เหมือนกับมนุษย์ทั่วๆ ไป และยังไม่สามารถแสดงความรู้สึกทางใบหน้าได้มากนัก  นอกจากใบหน้าที่แสดงความรู้สึกแปลกใจ

ผู้ที่สนใจจะซื้อ HRP-4C เฉพาะเครื่องไม่รวมใบหน้าและองค์ประกอบอื่น  ผู้พัฒนายินดีจำหน่ายให้ในราคา 20 ล้านเยน หรือ $150,000 เหรียญ


ญี่ปุ่นเป็นประเทศชั้นแนวหน้าของโลกในเรื่องการพัฒนาหุ่นยนต์  มีการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อทำหน้าที่แทนมนุษย์  รัฐบาลญี่ปุ่นให้การสนับสนุนและผลักดัน ด้วยความหวังจะให้อุตสาหกรรมการผลิตหุ่นยนต์พัฒนาไปอย่างกว้างไกล


Hirohisa Hirukawa, จาก  the National Institute of Advanced Industrial Science and Technology ประเทศญี่ปุ่น บอกว่า Technology ในการผลิตหุ่นยนต์ยังไปไม่ถึงขั้นที่ ทำให้มันสามารถเคลื่อนไหวหรือแสดงความรู้สึกได้เหมือนกับมนุษย์แบบ 100%  ถึงอย่างนั้นก็ตาม HRP-4C จะร่วมเดินแบบกับนางแบบสาวๆ ที่เป็นมนุษย์แท้ๆ เป็นครั้งแรกในงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงโตเกียว สัปดาห์หน้า


ตามรูปการณ์นี้ ในอนาคต บรรดานางแบบ รวมไปถึงเหล่า Supermodel คงต้องเตรียมตัวรับมือกับคู่แข่งที่กำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ  หลังจากที่เแข่งขันกันเองในหมู่นางแบบมานาน แต่ต่อไปนี้คู่แข่งของพวกเธอจะไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไป หากแต่เป็นหุ่นยนต์หน้าตาสวยงามที่สามารถเดินโชว์บน catwalk ได้ไม่แพ้มนุษย์

เรื่องจาก:  Dailymail

Sunday, March 15, 2009

Old Age Begins At ? : ความชรามาเยือนเมื่อไร?

คนเราทั่วๆ ไป มักจะคิดว่าความแก่ชราเริ่มต้นเมื่ออายุขึ้นเลข 4 ซึ่งเป็นเวลาที่เราเริ่มจะลืมสิ่งของเครื่องใช้ หรือจำเวลานัดไม่ค่อยได้ บางคนก็เริ่มมีปัญหาทางสายตา  แต่จากการสำรวจโดยนักวิทยาศาสตร์ กลับพบว่าวัยชราเริ่มตั้งแต่อายุยี่สิบกว่า ซึ่งคนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดของมนุษย์





จากการศึกษาโดยมหาวิทยาลัย Virginia พบว่าความสามารถของสมองถึงขีดสุดเมื่ออายุ 22 ปี และเริ่มเสื่อมถอยลงตั้งแต่อายุ 27 ปี  การศึกษาวิจัยครั้งนี้กินเวลา 7 ปี จากจำนวนคนทั้งชายและหญิง รวม 2 พันคน อายุตั้งแต่ 18 ถึง 60 ปี ซึ่งเป็นผู้มีการศึกษาค่อนข้างสูงและมีสุขภาพแข็งแรง  โดยที่ทุกคนต้องผ่านการทดสอบลักษณะเดียวกับที่ ใช้ทดสอบการทำงานของสมองในผู้ที่คาดว่าจะมีปัญหาสมองเสื่อม  ซึ่งปรากฎผลว่าสมองจะทำงานได้เต็มที่ที่สุดเมื่ออายุ 22 ปี  และเริ่มเสื่อมถอยลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออายุ 27 ปี

Professor Timothy Salthouse แห่งมหาวิทยาลัย Virginia กล่าวว่า วิธีการป้องกันและชลอปัญหาที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของสมอง ควรเริ่มต้นตั้งแต่ในวัยยี่สิบหรือสามสิบปี แทนที่จะไปเริ่มในวัยเกษียณ

อย่างไรก็ตาม มีข่าวดีเล็กๆ จากการวิจัยครั้งนี้ก็คือ ความสามารถในการสั่งสมความรู้ เช่นคำศัพท์ และความรู้ทั่วไป สามารถพัฒนาเพิ่มไปเรื่อยๆ จนคนเรามีอายุถึงอายุ 60 ปี

ที่มา: http://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-1162052/Old-age-begins-27--scientists-claim-new-research.html?ITO=1490

Friday, March 13, 2009

'Fat Neck' a clue to heart risk: ความเกี่ยวข้องของเส้นรอบวงรอบคอกับความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ

นอกจากเส้นรอบวงรอบเอวของเราที่สามารถบ่งบอกอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจแล้ว  จากการศึกษายังพบว่าเส้นรอบวงรอบคอของเราก็แจ้งเตือนถึงอันตรายที่กำลังย่างกรายมาหาเราได้เช่นกัน




ผลการศึกษาจาก Framingham Heart Study ซึ่งถูกนำเสนอต่อ American Heart Association  เปิดเผยผลการสำราจจากชาวอเมริกันทั้งชายและหญิงซึ่งมีอายุเฉลี่ยประมาณ 51 ปี ว่าถึงแม้จะมีเอวที่เล็กแต่ถ้ามีลำคอที่ใหญ่ ก็มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้เช่นกัน ความเสี่ยงเกิดขึ้นเนื่องจากเส้นรอบวงรอบคอมีความเกี่ยวข้องกับจำนวน  Cholesterol ชนิดดี   ( Cholesterol ชนิดดี หรือ HDL- high-density lipoprotein ทำหน้าที่ดูดซึม Cholesterol ส่วนเกินออกจาก Cell ส่งกลับไปที่ตับเพื่อรอการทำลาย) จากการสำรวจพบว่าเส้นรอบวงโดยเฉลี่ยของเพศชายอยู่ที่ 40.5 ซม. และเพศหญิงอยู่ที่ 34.2 ซม. ทุกๆ 3 ซม. ของเส้นรอบวงรอบคอที่เพิ่มขึ้น มี่ผลให้ Cholesterol ชนิดดีในเพศชายลดลง 2.2 มิลลิกรัม และลดลง 2.7 มิลลิกรัมในเพศหญิง Cholesterol ชนิดดีต่ำกว่า 40mg/dl  ในเพศชายและ 50 mg/dl ในเพศหญิง หมายถึงความเสี่ยงในการเกิดปัญหาเกี่ยวโรคหัวใจ

อย่างไรก็ตามผลการสำรวจไม่พบความเกี่ยวข้องของ Cholesterol ชนิดที่เป็นภัย (LDL หรือ low density lipoprotein) กับเส้นรอบวงรอบลำคอ  แต่พบความเกี่ยวข้องของเส้นรอบวงรอบลำคอกับปริมาณของ Glucose ในกระแสเลือด โดยพบว่าทุกๆ 3 ซม. ที่เพิ่มขึ้นของเส้นรอบวงรอบคอจะเพิ่ม glucose ในกระแสเลือดขึ้น  3.0 mg/dl ในเพศชายและ 2.1 mg/dl ในเพศหญิง



ถ้าผู้ใดที่มีเส้นรอบวงรอบลำคอและรอบเอวที่เกินมาตรฐานก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ คณะที่ทำการสำรวจคาดว่าไขมันรอบๆ ลำคอเป็นตัววัวอย่างคร่าวๆของ upper body fat ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับอัตราเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ Professor Jimmy Bell จาก  MRC Clinical Sciences Centre บอกว่า ไขมันส่วนเกินในร่างกายไม่ว่าที่ตับหรือหัวใจ เป็นอันตรายต่อร่างกาย และบางครั้งไม่สามารถมองเห็นจากสภาพร่างกายที่ดูเป็นปกติ  วิธีการแก้ไขปัญหาส่วนเกินไม่ใช่การอดอาหารแต่คือการออกกำลังกาย

via: BBC

Tuesday, March 10, 2009

A Glass Of Water For A Better Exam

ทุกคนรู้ว่าน้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความอยู่รอดของสิ่งมีชีวิต แต่ใครจะคิดว่าน้ำเปล่าเพียงแก้วเดียวก็สามารถเพิ่มพลังสมองของคนเราได้





นัก วิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย East London  ได้เปิดเผยผลการทดสอบที่น่าทึ่ง จากการทดสอบกับเด็กชายและหญิงอายุระหว่าง 7 - 9 ปีรวม 60 คน  โดยการแบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่มเท่าๆ กัน  กลุ่มแรกให้ดื่มน้ำ คนละ 1 แก้ว ( ขนาด 250 CC) หลังจากนั้นประมาณ 20 นาที ก็ให้เด็กทั้ง 2 กลุ่ม เข้าทดสอบความสามารถเกี่ยวกับความจำ และการใช้สายตาในการแยกประเภทวัตถุ ปรากฎว่าเด็กกลุ่มที่ได้ดื่มน้ำก่อนเข้าทดสอบ ทำคะแนนได้ดีกว่าถึง 34%   เมื่อเพิ่มระดับความยากขึ้นอีก 1 ระดับ เด็กที่ได้ดื่มน้ำก็ยังทำคะแนนได้ดีกว่า  23%  และเมื่อเพิ่มความซับซ้อนถึงระดับที่  3 เด็กที่ได้ดื่มน้ำก่อนเข้าทดสอบก็ยังทำคะแนนได้ดีกว่าอีกกลุ่มถึง 11%

Dr Caroline Edmonds กล่าวว่าเด็กที่ได้ดื่มน้ำก่อนทดสอบ ทำได้ดีกว่าอีกกลุ่ีมอย่างเห็นได้ชัดในการทดสอบ น่าจะเกิดจากน้ำไปเพิ่มประสิทธิภาพ ในการไหลของข้อมูลที่สื่อสารกันระหว่างเซลล์ในสมอง หรืออาจเป็นเพราะการทำงานของสมองไม่ถูกรบกวนจากความรู้สึกกระหายน้ำ ก่อนหน้านี้การทดสอบก็พบว่าน้ำเพิ่มพลังสมองในผู้ใหญ่เช่นกัน

ก่อน เข้าสอบหรือทำงานที่ต้องใช้สมอง ก็ดื่มน้ำสักแก้ว (250 CC) จะได้ช่วยให้ผลลัพธ์ที่ดี่ขึ้น  แต่อย่าดื่มมากเกินนะครับ เดี๋ยวจะปวดท้องฉี่จนทำข้อสอบไม่รู้เรื่อง!

ที่มา: http://www.dailymail.co.uk/health/article-1160836/For-better-exam-results-simply-drink-water.html

Sunday, March 8, 2009

Someone Must Be Watching Me!

ความรู้สึกไม่ปลอดภัย เหมือนกับมีอะไรซักอย่างกำลังจ้องมองอย่างประสงค์ร้าย  น่าจะแทนด้วยภาพที่นำมาให้ชมกันวันนี้ ได้นะครับ!




via: http://holypants.com/articles/34/watched

Friday, March 6, 2009

Tips To Save Money: วิธีประหยัดเงินจากการดำเนินชีวิตประจำวัน

เวลานี้คนส่วนใหญ่ ต้องรัดเข็มขัดหาทางประหยัดค่าใช้จ่าย เพื่อเอาตัวรอดกัีบภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่   Website Gomestic แนะนำวิธีประหยัดเงินจากการดำเนินชีวิตประจำวันไว้ดังนี้ครับ



  1. Don't buy groceries when you are hungry    การซื้อหาอาหารและของว่างในเวลาที่เราหิว มักจะจบลงด้วยอาหารที่เกินความจำเป็น  ถ้าจำเป็นต้องซื้ออาหารตอนที่เราหิว ให้พกเงินติดตัวไปพอประมาณ เมื่อได้สิ่งที่เราต้องการให้ชำระเงินและออกจากร้านทัีนที อย่าเดินชมสินค้าต่อ เพราะเราอาจได้อาหารติดมือเพิ่มมาอีก  ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองเงินทองโดยใช่เหตุ
  2. Don't let your dishes pile up  ทำความสะอาดห้องครัวให้เรียบร้อย  ห้องครัวที่สะอาดช่วยกระตุ้นให้เราทำอาหารง่ายๆ กินเอง แทนที่จะโทรสั่งพิซซ่าถาดใหญ่ ที่นอกจากเพิ่มน้ำหนักแล้ว ยังทำให้เงินในกระเป๋าร่อยหรอลงไป
  3. Don't over multi-task    การทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกันช่วยประหยัดเวลา แต่ต้องไม่มากจนทำให้ประสิทธิภาพเสียไป  เช่นการนั่งพิมพ์งานพร้อมๆ ไปกับการซักผ้าด้วยเครื่อง แถมด้วยการต้มน้ำกาใหญ่  อาจจบลงด้วยน้ำทั้งกาถูกต้มจนแห้งหมด เสียเวลาต้องต้มน้ำอีกครั้ง และเสียค่า gas ไปเปล่าๆ
  4. Take a little extra time to go through things สละเวลา สัปดาห์ละ ครึ่งชั่วโมง จดบันทึก ตรวจสอบและตรวจทาน ความถูกต้องของ บิลค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังจะเกิดขึ้น รวมทั้งพิจารณาถึงความจำเป็นและความเป็นไปได้ ที่จะลดค่าใช้จ่ายที่ไม่สำคัญลง
  5. Wait to wash your laundry งานซักล้างและรีดผ้า ควรให้มีปริมาณที่มากพอสมควร ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าผงซํกฟอก และค่าไฟฟ้า การรีดผ้าครั้งเดียวในปริมาณมากสามารถประหยัดไฟ กว่าการรีดครั้งละชุดได้นับร้อยบาทต่อเดือน
  6. Pay more on your bills if you can ถ้าเรามีหนี้เงินกู้หรือหนี้บัตรเครดิต  พยายามชำระหนี้ให้ได้ตามจำนวนที่กำหนด และชำระเงินต้นเพิ่มเติมถ้ามีเงินเพียงพอ นอกจากได้ชื่อว่าเป็นลูกหนี้ชั้นดีแล้ว ยังทำให้เราสามารถประหยัดเงินจากการซื้อสิ่งของโดยไม่ตั้งใจ แต่เกิดขึ้นจากการที่มีเงินเหลือติดกระเป๋าอยู่มากเกินไป
  7. Don't shop as a form of entertainment อย่าสร้างนิสัย จับจ่ายซื้อของเดินห้างสร้างความบันเทิงเพื่อแก้เบื่อแก้เหงา  ยังมีวิธีแก้เบื่อแก้เหงาที่ไม่สิ้นเปลืองเงินทองมากมายอีกหลายวิธี เช่นการออกกำลังกาย การอ่านหนังสือ ฯลฯ

Thursday, March 5, 2009

โรคจอประสาทตาเสื่อม: ไม่เพียงพร่ามัวแต่สุดท้ายตาบอด

ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจ แต่ถ้าหน้าต่างบานนี้เกิดใช้ไม่ได้ ปิดสนิทแล้วอะไรจะเกิดขึ้น แน่นอนเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นจึงควรให้ความสำคัญกันตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องใช้สายตามากๆ หรือผู้ทที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยกลางคน เพราะสิ่งที่จะมาถามหาแบบไม่ให้ตั้งตัวกันเลยนั่นคือ "โรคจอประสาทตาเสื่อม" ความร้ายกาจของโรคนี้ไม่ได้แค่ทำให้หูตาฝ้าฟางลงเท่านั้น แต่อาจจะส่งผลทำให้ดวงตาอาจมืดบอดได้





รศ. น.พ.วิชัย ประสาทฤทธา หัวหน้าหน่วยจอประสาทตา ภาควิชาจักษุวิทยาโรงพยาบาลรามาธิบดีกล่าวว่า ปัญหาของผู้ป่วยโรคนี้ก็คือ ผู้ป่วยมักจะไม่รู้ตัวว่ากำลังจะเป็น มารู้ตัวก็พบว่าการมองผิดปกติไปแล้ว อาจจะออกมาในรูปของตาพร่ามัว ความชัดเจนในการมองเห็นลดลง มองเห็นภาพบิดเบี้ยว มองเห็นตรงกลางของภาพไม่ชัดเจน ความเสี่ยงของโรคนี้มักจะจู่โจม เอาตอนที่อายุเริ่มล่วงเข้าวัย 50 ปีขึ้นไป แล้ว

สาเหตุ ของโรคนั้นเกิดได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่การเสื่อมตามอายุ พันธุกรรมติดเชื้อ สายตาสั้นมาก ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง รวมถึงหญิงวัยหมดประจำเดือนที่ไม่ได้รับประทานฮอร์โมนทดแทน
และที่เป็นศัตรูตัวร้ายเอามากๆ นั่นคือ การสูบบุหรี่

หลักฐานทางการแพทย์พบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และมีโอกาสเกิดโรคนี้เร็วกว่าผู้ไม่สูบถึง 10 ปี ส่วนอาการที่ของโรคจอประสาทตาเสื่อม มีอยู่ 2 รูปแบบ คือ แบบแห้ง (dry AMD) และแบบเปียก (wet AMD)

แบบแห้ง เกิดจากการที่ศูนย์กลางรับภาพของจอประสาทตา (macula) เสื่อมหรือบางลง ทำให้การมองเห็นลดลง ซึ่งจะเป็นไปอย่างช้าๆ

แบบ เปียก เกิดจากเส้นเลือดผิดปกติงอกขึ้นมา หากเส้นเลือดที่เปราะบางเกิดรั่วซึมจะทำให้จุดรับภาพบวม ภาพเริ่มพร่ามัวและตาบอดในที่สุด และจะเป็นอย่างรวดเร็ว

แม้ปัจจุบัน จะมีวิธีการรักษาอยู่หลายวิธี ทั้งการใช้เลเซอร์ การฉีดยาไปยับยั้งเส้นเลือด ไปจนถึงการผ่าตัดก็ตาม แต่ควรจะดูแลป้องกัน ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว มีข้อแนะนำวิธีการยืดอายุ จอประสาทตาไว้ดังนี้

1) งดการสูบบุหรี่

2) หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดตั้งแต่อายุยังน้อยๆ อยู่

3) ควบคุมน้ำหนักตัว ไม่กินอาหารที่มีไขมันสูง รับประทานผักใบเขียวและผลไม้ทุกวัน

4) รับประทานสารอาหารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ลูทีน และซีแซนทีน โดยเฉพาะในกลุ่มคนไข้แบบแห้ง (dry AMD) แต่ก็ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์

5) หากต้องเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เองควรเลือกจากแหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือ อ่านฉลากกำกับให้ละเอียด เลือกสารอาหารที่ให้ประโยชน์เกี่ยวกับดวงตาโดยตรง เช่น วิตามิน ซี วิตามิน อี สังกะสี เบต้าแคโรทีน โอเมก้า 3 ลูทีน ซีแซนทีน และควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีผลการวิจัยและเอกสารทางการแพทย์รับรอง

6) หากรู้สึกว่าเกิดอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ แต่ทางที่ดีผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปควรตรวจสุขภาพตาทุก 1-2 ปี

การตรวจพบและให้การรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยเยียวยายืดอายุให้ดวงตาสามารถใช้งานต่อไปได้

ข้อมูลจาก D Life ประชาชาติธุรกิจ

Monday, March 2, 2009

Vitamin D สุดยอดวิตามินสารพัดประโยชน์

สำนักข่าว UPI รายงานผลวิจัยจากเมืองผู้ดีประเทศอังกฤษว่า วิตามินดีมีส่วนช่วยเสริมแรงกล้ามเนื้อได้ด้วย

วารสารการแพทย์ตีพิมพ์ผลการทดลองในเด็ก ผู้หญิงจำนวน 99 คน อายุตั้งแต่ 12-14 ปี เพื่อทดสอบการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยให้เด็กหญิงเหล่านั้นทดสอบการกระโดดให้สูงที่สุดเท่าที่จะโดดได้ โดยนักวิจัยใช้เครื่องมือวัดพลังงานและการกระโดดที่เรียกว่า "jumping mechanography" หลังจากควบคุมปัจจัยความแตกต่างของน้ำหนักแล้ว พบว่าเด็กผู้หญิงที่กระโดดได้สูงที่สุดนั้นมีปริมาณวิตามินดีสูงกว่าเพื่อน เธอสามารถกระโดดด้วยความสูง เร็ว และมีพลังมาก





รายงานนี้เป็นหลัก ฐานอย่างดีว่า วิตามินดี เป็นซูเปอร์นูเทรียน มีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่ระบุว่า วิตามินดีช่วยป้องกันโรคอ้วน ความดันเลือดสูง โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังสามารถเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ว่ากันว่ามีวิตามินดีมีส่วนช่วยให้อายุยืนขึ้นด้วย !