Thursday, February 12, 2009

กินอย่างไร ไม่ให้ป่วย

ว่ากันว่า กองทัพเดินด้วยท้อง...เป็นอุปมาที่บ่งบอกให้เห็นว่า เรื่องของการกินนี้เป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่ย่อย
แต่จะกินอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่เป็นต้นเหตุให้เกิดโรคภัยตามมาเรื่อง นี้ น.พ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ กล่าวว่า ถ้าจะทำให้สุขภาพดี อายุยืนยาว ต้องกินอาหารเช้าอย่างราชา อาหารกลางวันอย่างคนธรรมดา และอาหารเย็นอย่างยาจก

อาหารเช้าอย่างราชาที่ว่านั้น ถ้าใครขาดไปชีวิตจะ เริ่มต้นด้วยความเป็นกรด และอาหารที่ควรรับประทานจะเป็นจำพวกคาร์โบไฮเดรต วิตามินบี และซี ซึ่งถือได้ว่าเป็นอาหารต้านความเครียดได้อีกด้วย

ส่วนเมนูเร็วและง่ายที่แนะนำนั้น คือ กล้วยหอม1 ลูก+ส้ม 1 ลูก+นมหรือช็อกโกแลตร้อน 1 แก้ว นั่นเพราะในกล้วยหอมมีแมกนีเซียมและโพแทสเซียม ในส้มมีวิตามินซี กากส้มเป็นเส้นใยไฟเบอร์ที่สามารถช่วยดูดซึมพิษในร่างกายและขับออกไป และยังมีวิตามินซีมากกว่าน้ำส้ม ส่วนนมมีทริบโตเฟน ทำให้ร่างกายตื่นตัวและอารมณ์ดี มื้อกลางวัน สามารถกินอะไรก็ได้ตามที่ชอบ เพียงแต่เลือกที่จะบริโภคน้ำตาลและน้ำมันให้น้อยหน่อย ส่วนมื้อเย็นควรเลือกกินพืชผักผลไม้ที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่

เมนูมื้อเย็นที่แนะนำอาจเป็นผัดผักสักจาน ส้มตำอีกหนึ่ง ตามด้วยน้ำผลไม้ 1 แก้ว กินผักผลไม้วันละครึ่งกิโลกรัม หรือดื่มน้ำผลไม้สดวันละ 3 แก้ว 3 สีก็ได้ จะทำให้สุขภาพดีขึ้น ส่วนใครที่เป็นห่วงกลัวว่ากินแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตแล้วจะอ้วน ไม่ต้องห่วง คุณหมอแนะนำว่า กินให้ช้า เคี้ยวให้ละเอียด กินพออิ่ม หรือราว 3 ใน 4 ส่วนของจาน ส่วนโปรตีนนั้น สำหรับคนที่อายุ 35 ปีขึ้นไป ควรเลี่ยงสัตว์ใหญ่ โดย เฉพาะเลือดของสัตว์ เพราะก่อนสัตว์ตายจะหลั่งสารอะดรีนาลีนเข้าไปในกระแสเลือด ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนไปกินปลาสักสัปดาห์ละ 3 มื้อ แต่อย่ากินทุกมื้อ อีกชนิดหนึ่งที่ไม่ควรขาด นั่นคือ แคลเซียมวันละ 1,200-1,500 มิลลิกรัม โดยเฉพาะกับผู้ที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยทอง และควรเลี่ยงน้ำตาลที่ผ่านการขัดสี เพราะจะมีสารเร่งความเครียด

ส่วนผู้ที่ขาดกาแฟไม่ได้ก็ควรเลี่ยงครีมเทียม โดยใช้นมอุ่นแทน แต่ทางที่ดีก็ควรดื่มกาแฟดำ และไม่ควรดื่มเกินวันละ 3 แก้ว นอกจากจะกินอาหารดังว่าให้ครบ 3 มื้อแล้ว อย่าลืมเคี้ยวช้าๆ ที่สำคัญควรกินอย่างมีความสุขด้วย

จาก: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552

0 Comments:

Post a Comment